สลับขั้ว “มาดริด” กับ “บาร์ซ่า”

อย่างที่ทราบกันดีว่าสองสโมสรที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จที่สุดในสเปนคงหนีไม่พ้น “เรอัล มาดริด” กับ “บาร์เซโลน่า” ซึ่งทั้งคู่ถือว่าเป็นมากกว่าทีมฟุตบอล บางทีอาจจะมากกว่าศาสนาสำหรับคนบางคนด้วยซ้ำ ที่สำคัญทั้งคู่ “เกลียดกันเข้าไส้”

ที่เขียนเรื่องนี้เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวเรื่อง “อิสโก้” มิดฟิลด์ของทีมราชันชุดขาวออกมาว่ามีโอกาสกลายเป็น “จูดาส” (คนทรยศ) ในสายตาแฟนมาดรินิสต้า เพราะทั้งสโมสร “มาดริด” และ “บาร์ซ่า”รวมทั้งนักเตะกำลังพูดคุยถึงโอกาสที่จะย้ายไปอยู่กับยอดทีมแห่งกาตาลันจากเหตุที่ไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในมาดริด
เรื่องนี้ถือว่าเป็น “เรื่องใหญ่” มาก การที่นักเตะจากทีมนึงย้ายไปอยู่กับทีม “คู่อริ” โดยตรงถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ทีมเก่าอย่างแรง และเกือบทุกรายมักจะโดนสาบส่งเวลาลงเจอทีมเก่าเสมอ โดยในอดีตก็เคยมีผู้เล่นชื่อดังถึง 5 ที่ย้ายทีมสลับขั้วแบบนี้

รายแรก “หลุยส์ เอนริเก้” นายใหญ่ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตของโค้ชบาร์ซ่าชุดปัจจุบัน ที่เคยประสบความสำเร็จกับ “มาดริด” ไม่ว่าจะ “แชมป์ลีก” หรือ “โคปา เดอเรย์” ซึ่งอยู่กับทีมถึง 5 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ “บาร์ซ่า” ถึง 8 ปีพร้อมแชมป์ลีกและแชมป์ยุโรป ถึงแม้จะเคยประสบความสำเร็จกับ “มาดริด” แต่ด้วยเหตุผลที่สื่อเคยเอามาเปิดเผยว่า ตอนอยู่กับยอดทีมแห่งเมืองหลวง “เก็บกด” “อึดอัด” และ “ไม่ชอบ” ทีมตัวเองอยู่ในใจ จึงเป็นหนึ่งในคนที่ชาวมาดริดนิสต้า “เกลียด” ที่สุดคนนึงบนโลกใบนี้
รายที่สอง “ไมเคิล เลาดรู๊ป” อดีตยอดนักเตะชาวเดนมาร์กที่มาอยู่กับบาร์ซ่าในยุคของ “โยฮัน คราฟฟ์” และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์กับทีมได้ถึง 4 สมัย อย่างไรก็ตามพอนายใหญ่ของตัวเองออกจากตำแหน่ง ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปอยู่กับมาดริดพร้อมเหตุผลว่า “ต้องการความกระหาย” หลังจากที่ประสบความสำเร็จมากมายกับทีมเก่า ซึ่งพอย้ายไปฤดูกาลแรกก็พาขุนพลลอส บลังกอสคว้าแชมป์ได้เลย ที่สำคัญเจ้าตัวเป็นนักเตะที่แฟนฟุตบอลของทั้งสองทีมไม่ค่อยเกลียดเท่าไหร่ด้วย

รายที่สาม “หลุยส์ มิลล่า” อดีตมิดฟิลด์ตัวรับที่อยู่กับบาร์ซ่าถึง 6 ปีได้ทั้ง “แชมป์บอลลีก” “แชมป์บอลถ้วย” และ “บอลยุโรป” ก่อนที่จะย้ายไปมาดริดแบบไร้ค่าตัวเพราะมีปัญหากับ “โยฮัน คราฟฟ์” กุนซือของทีมในยุคนั้น ซึ่งเจ้าตัวก็พายอดทีมจากเมืองหลวงคว้าแชมป์ลีก 2 สมัยและโคปาเดอ เรย์อีก 1 สมัย นักเตะรายนี้แฟนของทั้งสองทีมไม่ได้รู้สึกเกลียดอะไรมากมายเหมือนกัน
คนต่อมา “โรนัลโด้” (อ้วน) ยอดกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาลคนนึงย้ายมาอยู่กับยอดทีมจากแคว้นกาลันก่อนตอนอายุ 20 ปีเท่านั้นโดยฤดูกาลแรกเจ้าตัวกระหน่ำไปถึง 46 ประตูจาก 49 เกมที่ลงสนามพร้อมกับพาทีมเป็นแชมป์โคปา เดอ เรย์และแชมป์ยุโรปแต่ไม่ได้แชมป์ลีก ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องสัญญาเลยย้ายเล่นในอิตาลีกับ “อินเตอร์ มิลาน” ก่อนที่จะถูก “มาดริด” ซื้อตัวกลับมาอีกครั้งพร้อมกับพาทีมจากเมืองหลวงเป็นแชมป์ลีก 2 สมัย เรียกว่า มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้ครบจากการเล่นในลีกสเปน โดยแฟนบาร์ซ่าก็ไม่ได้ถึงเกลียดมากมายนัก แค่ “ไม่ชอบ” บ้างเพราะดูเหมือนไม่ค่อยเป็นมืออาชีพเท่าไหร่

รายสุดท้าย “หลุยส์ ฟิโก้” ศัตรูหมายเลข 1 ของมหาชนชาวกาตาลันทั้งปวงและเชื่อว่าคงต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นโขยงถ้าอยากไปเที่ยวเมืองบาร์เซโลน่า เพราะตอนอยู่กับบาร์ซ่าเป็นนักเตะที่เป็นหัวใจของทีมและพาทีมประสบความสำเร็จทุกอย่างในประเทศยกเว้นฟุตบอลยุโรป ไม่ต่างจาก “เมสซี่” หรือ “โรนัลโด้” ในปัจจุบัน แต่อยู่ก็ตัดสินใจย้ายข้ามฟากไปอยู่กับมาดริดด้วยค่าตัวระดับโลก และอาจจะเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดถูกต้องก็ได้เพราะได้ “แชมป์ยุโรป” มาครอง แม้ว่าจะถูกแฟนทีมเก่า ประท้วง โยนเหรียญและหัวหมูใส่ก็ตาม