เส้นทางสายลูกหนัง กับ “ซีพี สานฝัน…ปันโอกาส” สู่นักฟุตบอลอาชีพ

26-1

หากเป็นเมื่อก่อนผมบอกเลย การที่น้องๆหนูๆ ผู้ที่มีหัวใจที่อุดมไปด้วยแรงปรารถนา หวังจะก้าวขึ้นไปเล่นฟุตบอลในระดับอาชีพ และเลี้ยงครอบครัวให้มีอนาคตที่ดี เป็นเรื่องที่ยากมากด้วยองค์ประกอบหลายๆอย่าง มันทำให้เด็กที่เป็นเยาวชนในสมัยก่อน เอาตัวเองไปอยู่ในจุดนั้น มันคือจุดบอด เพราะไม่มี “โอกาส” ที่ใครหยิบยื่นให้

มาถึงในยุคที่ฟุตบอลเฟื่องฟูทุกวันนี้ สโมสรฟุตบอลในระดับอาชีพ หรือในระดับลีกสูงสุด ทุกอย่างล้วนดีขึ้นตามลำดับ และ ถูกส่งต่อไปจนถึงผลงานที่ดีในนามทีมชาติโครงการที่เปิดโอกาสให้เด็กๆเยาวชน เริ่มมีบทบาท และเข้ามาให้การสนับสนุน เริ่มมีเข้ามามากขึ้น ทืล่าสุด “ซีพี สานฝัน…ปันโอกาส ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ” คือโครงการที่สร้างทั้งความสุข และเป็นการมอบโอกาสให้เด็กในระดับอายุ 11-13 ปี

โดยโครงการนี้ เพิ่งจบลงไป โดยมี นายอภัยชนม์ วัชรสินธุ์ รองกรรมการผู้จัดการด้านประสานกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นประธานเปิดโครงการ “ซีพี สานฝัน…ปันโอกาส ปั้นเยาวชนเข้าสโมสรฟุตบอลอาชีพ” ซึ่งรอบสุดท้ายนี้ ทำการคัดเลือกนักเตะเยาวชนไทยฝีเท้าดีกว่า 80 คนจากผู้สมัคร 5,000 คนทั่วประเทศ วัดทักษะเข้มข้นเค้นสุดยอด ก่อนจะได้นักเตะจำนวน 20 คน เข้าสู่โครงการฝึกหัดฟุตบอลอาชีพกับ “สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด” พร้อมรับทุนการศึกษามัธยมที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ณ สนามทีโอที สเตเดี้ยม สำหรับรอบคัดเลือกในรุ่น 11-13 ปี รอบสุดท้าย ซึ่งคัดจากเยาวชนกว่า 5,000 คน ทั่วประเทศไทย จนคัดแล้ว คัดอีก จนได้ตัวแทนน้องๆ ฝีเท้าดี 20 คน เข้าสู่โครงการเพื่อสานต่อการเดินทางในเส้นทางลูกหนังของน้องๆ

ด้าน นายขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสรฟุตบอลแบงค็อก ยูไนเต็ด กล่าวว่า ”ขอแสดงความยินดีแก่เยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกทั้ง 20 คน ทางอะคาเดมี่ของสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด รับปากว่าจะดูแลทุกคนเป็นอย่างดี “เรามีผู้เชี่ยวชาญทั้งโค้ชฝ่ายเทคนิคและทีมสตาฟฟ์ที่จะให้ความรู้แก่เด็กทุกคนอย่างเต็มที่เหมือนเช่นทีมชุดใหญ่ของเรา เราจะมีการคัดเลือกเด็กที่มีแววเข้าสู่ทีม รวมถึงมีสโมสรพาร์ตเนอร์จากต่างประเทศ ที่เข้ามาติดตามดูเช่นกัน” “ดังนั้นขอให้ทุกคนตั้งใจ มุ่งมั่น และมีวินัย ผมเชื่อมั่นว่า 20 คนวันนี้ ในอนาคตต้องมีคนสามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับเอเชียหรือยุโรปได้ เพราะเด็กไทยมีพรสวรรค์อยู่แล้ว ถ้าได้เติมด้านเทคนิคและโภชนาการก็จะมีโอกาสแน่นอน” “ส่วนคนที่ไม่มีชื่อในวันนี้ ไม่ใช่ว่าจะจบกันแค่นี้ ตอนนี้ทุกคนยังอายุน้อยอยู่ ยังมีโอกาสอีกมาก รายการนี้ยังมีอีกในปีหน้า รวมถึงทางสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ดเองก็ยังมีการเปิดรับสมัครคัดเลือกเยาวชนเข้าสู่ทีมเช่นกัน” นายใหญ่ของทีมแบงค็อก ยูไนเต็ด กล่าวปิดท้าย

ฟุตบอลคือความฝันของเด็กๆเหล่านี้ ตอนนี้พวกเขาได้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อทำตามสิ่งที่ตัวเองฝันไว้ความสำเร็จจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าหรือไม่ คงยังไม่มีใครจะรู้ได้ว่าเด็กเหล่านี้จะไปถึงฝันหรือเปล่าแต่เชื่อเถอะว่า ตราบใดที่เรายังมีโครงการที่เปิดโอกาสให้เด็กๆแบบนี้ อนาคตของฟุตบอลทีมชาติไทยของเรา จะต้องดีขึ้นไปอีกแน่นอน