_______________________________________________

10 ไอเดียสร้างบ้านสองชั้น

_______________________________________________

แบบบ้านสองชั้น
บ้าน L shaped ปิดด้านนอกเพื่อเปิดด้านใน

วิธีการปลีกวิเวกหลีกเร้นให้บ้านเป็นพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ซึ่งก็แล้วแต่จุดเด่นและข้อจำกัดของบ้านแต่ละหลัง อย่างบ้านบางหลังไม่ต้องทำอะไรมากแค่มีรั้วกั้น หรือเติมต้นไม้หน้าบ้านก็กันตัวเองออกจากสายตาของคนอื่นได้ แต่ถ้ามีพื้นที่หัวมุมที่เปิดติดถนน 2 ด้าน คงจะไม่ไช่เรื่องง่ายถ้าอยากจะมีพื้นที่เปิดที่ยังคงความเป็นส่วนตัวสูง งานหนักคงต้องตกไปอยู่ที่สถาปนิกที่ต้องตีโจทย์ให้ออกว่า บ้านควรจะออกมาในทิศทางไหน เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้อยู่ แถมยังต้องสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและฟังก์ชั่นการใช้งานด้วย

บ้านสวยในสวนกว้างหลังนี้ตั้งอยู่ในเมืองบังคาลอร์ รัฐกรณาฏกะของอินเดีย ที่นี่เป็นเมืองใหญ่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 3 ของอินเดีย เป็นเมืองที่ก้าวหน้าเมืองหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่จะเห็นสถาปัตยกรรมและบ้านที่มีการออกแบบได้สวยงามแปลกตา เจ้าของเป็นคนหนุ่มสาวที่อยากมีบ้านอารมณ์ส่วนตัวจากถนนและสามารถใช้พื้นที่กลางสนามหญ้าได้สบาย ๆ เนื่องจากที่ดินอยู่บริเวณหัวมุม สถาปนิกจึงสร้างตัวบ้านเป็นรูปตัว L โอบล้อมทั้ง 2 ด้านในส่วนที่ติดกับถนน ทำให้เปิดมุมสนามหญ้าเอาไว้ภายในตัวบ้านได้อย่างชาญฉลาด
คอนเซ็ปของบ้านนี้คือ Double side คือใช้ได้ทั้งสองด้าน ตัวอาคารที่ติดถนนคือทิศตะวันออกและทิศใต้ช่วยเป็นปราการกั้นปิดพื้นที่ภายใน ส่วนพื้นที่ด้านในของอาคารเปิดมุมมองออกสู่พื้นที่สวนและสระว่ายน้ำส่วนตัว
ประตูทางเข้าบ้านตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก เมื่อผ่านซุ้มประตูเป็นเฟรมคอนกรีตเข้ามาจะแปลกตาตรงที่จะเห็นสระน้ำขนาดเล็ก ก่อนจะเชื่อมต่อภาพจากทางเดินในบ้านไปยังระเบียงและสวนได้ทันที การตกแต่งภายในโปร่งสะท้อนภาพภายในชัดเจนด้วยผนังกระจก ทำให้สามารถมองเห็น Family room ที่ตั้งอยู่ชั้นบนซึ่งต่อเนื่องกับส่วนรับประทานอาหารและนั่งเล่นที่ห้องกระจกข้างล่าง ซึ่งมีความสูงของเพดานเป็นสองเท่าของพื้นที่อื่น ๆ ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของบ้านคำนึงถึงการจัดแบ่งพื้นที่และจังหวะที่สามารถตอบสนองความต้องการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี ทั้งพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่พักผ่อน บริเวณนั่งเล่นที่มีทั้งมุมที่เป็นส่วนตัวและพื้นที่สังสรรค์
พื้นที่ด้านในอาคารเปิดโปร่งด้วยผนังกระจกรับแสงได้เต็มที่ แต่สถาปนิกเพิ่มผนังคอนกรีตปิดด้านข้างบ้านกันแสงที่จะเข้ามาทางด้านข้างมากเกินไป

ตัวอาคารสร้างจากวัสดุหลัก ๆ คือ กระจก คอนกรีต และไม้ ที่ช่วยให้บ้านดูเรียบหรูดูดี โปร่งสบาย แต่อบอุ่น เปิดพื้นที่บ้านกว้างรับอากาศและแสงธรรมชาติภายนอกอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ระเบียงในมุมส่วนตัวบนอาคารเปลือยความดิบของผนังคอนกรีตที่ถูกเบรกความแข็งด้วยหลังคา Slope แผ่นไม้สีน้ำตาลขนาดใหญ่
พื้นที่ส่วนนั่งเล่นเปิดโล่งให้สามารถใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ได้เต็มที่ มีม่านบาง ๆ ปิดกั้นแสงเมื่อรู้สึกว่าพื้นที่ห้องได้รับแสงมากเกินไป ภายในตกแต่งด้วยโทนสีอ่อนอย่างสีขาว -สีเหลืองไข่ เพิ่มน้ำหนักให้ห้องมีสีสันไม่จืดชืดด้วยงานศิลปะติดผนังฝีมือศิลปินอินเดียรุ่นใหม่ พรมจากชัยปุระ เก้าอี้สตูลผ้า และปลอกหมอนหลากสี เฟอร์นิเจอร์ไม้สุด Classic สไตล์ Mid century ช่วยให้บ้านมีเสน่ห์แบบอบอุ่นแต่มีชีวิตชีวา
ประตูทางเข้าด้าหน้าบ้านติดถนน โดดเด่นสะดุดตาด้วยซุ้มประตูแบบโมเดิร์นเล่นเส้นสายเรขาคณิตทาสีโทน ขาว- ส้ม- น้ำตาล

บ้านเส้นสายเรียบง่าย
บ้านสไตล์ Industrial เปิดโครงให้เห็นเนื้อใน


ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นคาเฟ่เปิดใหม่หรือบ้านที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบสไตล์ Industrial กันมากมายด้วยการนำเสนอความ ดิบ ง่าย เท่ เป็น Movement ที่สำคัญในการออกแบบตกแต่งภายใน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการรีโนเวทโกดังหรือโรงงานเก่าให้กลายเป็นที่พักอาศัย ไม่ค่อยจะมีโปรเจคบ้านใหม่ ๆ ที่ตั้งใจทำเป็นโกดังสไตล์ Industrial ให้เห็นกันบ่อยนัก ผิดกับบ้านหลังนี้ในญี่ปุ่นที่ตั้งใจทำบ้านรูปลักษณ์โกดังเก็บของแบบนี้ขึ้นมาเพื่อสานฝันการสร้างบ้านในสไตล์ที่ชอบ

บ้านสร้างจำลองบรรยากาศโกดังเก็บของ พื้นที่ 119 ตารางเมตร หลังนี้สร้างขึ้นในจังหวัดชิงะ ประเทศญี่ปุ่น ที่เจ้าของชื่นชอบการแต่งบ้านแบบโรงงาน จึงเลือกทำบ้านที่เปิดสเปซกว้างขวางและมีเพดานสูง (High Ceiling) แบบ industrial ที่คมเข้มไปกับโทนสี ขาว เทา ดำ น้ำตาล สิ่งที่เราจะได้เห็นทั่วทั้งบ้านคือสีและเนื้อธรรมชาติของไม้ เหล็ก ปูนขัดมัน อิฐ รวมไปถึงความเปลือยเปล่าแบบไม่ต้องตีทึบปิดบังใด ๆ ของคานไม้ กระจก โครงเหล็กสีดำ สายไฟห้อยโยงโชว์เส้นสาย ท่อน้ำอาจจะโผล่มาให้เห็นเป็นจุด ๆ ปูนเปลือยและกระเบื้องสีขาวปูง่าย ๆ และที่นี่คือ ญี่ปุ่น ประเทศที่แทรกธรรมชาติเข้ากับไลฟ์สไตล์จึงได้เห็นชิ้นไม้มากกว่าวัสดุอื่น ๆ
พื้นที่ชั้นล่างเป็นแบบเปิดโล่งถึงกันหมด (open space) ทำให้สามารถใช้พื้นที่ได้หลากรูปแบบตามแต่ชอบ ส่วนทานอาหารและครัวทำง่าย ๆ ด้วยการก่อผนังครัวขึ้นมาเป็นกล่องกรุแผ่นกระเบื้องสีขาว มีโต๊ะรับประทานอาหารและซิงค์แบบที่มักจะเห็นกันตามโรงอาหาร ด้านหลังเป็นบันไดราวเหล็กสีดำใส่ลูกนอนเป็นแผ่นไม้ นำสายตาขึ้นไปสู่ชั้นสอง

พื้นที่ว่างในส่วนลึกเข้าไปจากครัวกรุผนังด้วยไม้อัด ใส่เหล็กฉากสีดำวางทับด้วยแผ่นไม้ แค่นี้ก็ได้เป็นชั้นวางที่จะใช้วางโชว์ผลงาน D.I.Y ของสะสมเก่า ๆ หรือเป็นชั้นวางหนังสือก็ได้ แถมยังมีที่ว่างเล็ก ๆ ให้นั่งทำงานแบบส่วนตั๊ว ส่วนตัว
ชั้นบนเป็นเหมือนแกเลอรี่เล็ก ๆ ที่วางโชว์ผลงานศิลปะได้ ทั่วทั้งชั้นตีกรอบบ้านด้วยไม้ มีทั้งไม้อัด ไม้ธรรมชาติ ซึ่งนี่น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ขัดกับความดิบของสไตล์โรงงานเพราะญี่ปุ่นขึ้นชื่อมากเรื่องความเนี๊ยบของงานไม้ จึงได้เห็นความพิถีพิถันของการเข้าใม้และเก็บงานแบบเป็นระเบียบเรียบร้อยตามแบบฉบับญี่ปุ่น แต่ก็เสริมความเก๋เข้าไปให้ตัวบ้านไม่จืดชืดในหลาย ๆ จุด ทั้งการใส่ราวเหล็กกันตกสีดำ การเล่นระดับพื้นที่นั่งเล่นให้เป็นหลุมลงไปเหมือน Cockpit ที่นั่งนักบินหรือเวทีละคร หรือการกรุผนังด้านหนึ่งด้วยไม้เก่าหลากสี ตัดอารมณ์สีและวัสดุธรรมชาติด้วยผนังกรุกระเบื้องสีขาวบนผนังอีกด้าน เป็นต้น
มุมนั่งเล่นให้ความรู้สึกสบาย ๆ ใน Space ด้วยการปูพื้นไม้ปาร์เก้ชิ้นเล็กไล่เฉดน้ำตาล โซฟาตัวยาวและโต๊ะกลางทรงกลมทำจากผักตบชวาบุฟองน้ำนุ่ม ๆ โทนสีน้ำตาลทั้งหมด แอบเติมความสดชื่นให้บ้านด้วยกระถางต้นไม้ใบเขียว ๆ วางตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน
แบบบ้านนี้สามารถปรับใช้เป็นโฮมออฟฟิศเก๋ ๆ หรือแกลเลอรี่แสดงผลงานศิลปะได้อย่างลงตัว สำหรับในเมืองไทยคนที่มีบ้าน 2 ชั้นเก่า ๆ อยากจะรีโนเวทให้เป็นบ้านที่มีพื้นที่เยอะ สเปซเปิดโล่งอย่างนี้ก็ลองนำไอเดียไปปรับสร้างบ้านในแบบที่ชอบสไตล์ที่ใช่กันครับ

สร้างบ้านสวย
บ้านสองชั้น สวยเปล่งประกาย ผ่อนคลายอบอุ่น

ความสวยหรูของบ้านสองชั้นหลังนี้ เตะตาต้องใจ ให้อยากเข้าไปชมภายในเหลือเกินว่าจะงดงามมากมายเพียงใด บ้านไอเดียจึงไม่รอช้า นำการออกแบบตกแต่งภายในมาให้ชมกัน เผื่อผู้อ่านท่านใดชื่นชอบบ้านสองชั้นเป็นพิเศษ อาจจะได้ไอเดียในการตกแต่งเล็ก ๆ น้อย ๆ นำไปประยุกต์ต่อกับบ้านของตัวเองได้ ไม่แน่ว่า บ้านหลังเดิมที่อยู่มาแสนนานอาจจะสวยขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

ตัวบ้านที่โอ่อ่า สูงโปร่ง ประกอบกับสีน้ำตาลแกมเทา และแสงสว่างจากหลอดไฟ ในยามค่ำคืนบ้านสองชั้นหลังนี้จึงเปล่งประกาย ระยิบระยับเป็นพิเศษ โรงจอดรถบิวท์อิน ประตูอัตโนมัติ พื้นทรายล้างหน้าบ้านไว้เป็นทางเดิน และทางรถ จัดสวนบริเวณหน้าบ้านและข้างบ้าน ปลูกต้นไม้ ดอกไม้เพิ่มความสดชื่นอ่อนโยน สร้างความประทับใจได้เมื่อแรกเห็น

ภายในบ้าน ปูพื้นไม้สีน้ำตาล ผนัง เพดานสีขาว แซมสีดำให้เกิดความมีมิติ บันไดโครงเหล็กแบบโปร่ง เท่ ๆ อยู่ตรงส่วนแรกของบ้าน เมื่อเปิดประตูเข้าบ้านมาจะเจอบันไดบ้านทันที และเมื่อเดินเข้ามายังด้านในสุด จะเจอกับห้องนั่งเล่นและห้องครัว ซึ่งเชื่อมต่อกับระเบียงและสวนหลังบ้าน เฟอร์นิเจอร์สีขาวและเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ใช้ในการตกแต่ง ทำให้ภายในห้องดูสว่าง สบายตา และในขณะเดียวกันก็ให้ความอบอุ่น ผนังตรงห้องรับประทานอาหาร เลือกใช้กระจกเงาเพื่อให้เกิดความกว้างขวาง
พื้นที่บนชั้นสอง เป็นพื้นที่สำหรับห้องนอน มีมุมนั่งเล่นหน้าห้องนอน ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เหมาะกับเป็นที่พักผ่อนของสมาชิกทุกคนก่อนจะเข้านอน มีผนัง ประตูกระจกเปิดออกไปยังระเบียงด้านนอก เพื่อรับลมชมวิวธรรมชาติสีเขียวขจี ห้องนอนใหญ่มีห้องน้ำในตัว ผนังหัวเตียงกรุงานไม้ แลดูผ่อนคลายเป็นธรรมชาติ

 

บ้านสองชั้น
บ้านสองชั้นระเบียงกว้าง สวนสวย เย็นสบายกลางความเรียบง่าย

ใครมาบ้านก็ให้ขึ้นมาพักที่ชานเรือน สิ่งนี้เรามักจะได้เห็นในบ้านไทยยุคเก่า ๆ ที่จะจัดพื้นที่โล่งในตัวบ้าน เพื่อเอาไว้พักผ่อน นั่งเล่น และรับแขกบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งแสดงถึงอัธยาศัยของเจ้าบ้านได้เป็นอย่างดี แต่ยุคปัจจุบันบ้านรูปแบบนี้อาจจะดูเชย บ้านยุคใหม่จึงมักจะเก็บห้องนั่งเล่นรับแขกเอาไว้ข้างในเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำให้อาจจะขาดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบ้าน คน และสิ่งแวดล้อมไปได้พอสมควร บทความนี้เราจะพาไปชมแบบบ้านในออสเตรเลีย ที่โดดเด่นตรงการทำชานระเบียงกว้าง ทำให้สมาชิกในบ้านใช้พื้นที่นี้ได้แบบเอนกประสงค์ในรูปลักษณ์ที่ดูไม่เชยด้วยครับ
บ้านสองชั้น ที่สร้างขึ้นกลางสนามหญ้าสีเขียวขจี ในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นบ้านสำหรับคอบครัวใหญ่ มี 5 ห้องนอน หน้าตาบ้านอาจจะดูธรรมดา เรียบง่าย ไม่มีดีไซน์เลิศหรู แต่การออกแบบที่เน้นเปิดโล่งในเฉลียงส่วนหน้าและระเบียงชานชั้นบน ที่มีขนาดพื้นที่กว้างกว่า 40 ตารางเมตร ทำให้ใช้ประโยชน์โซนนี้ให้เป็นมุมพักผ่อน นั่งเล่น หรือจัดเป็นพื้นที่ทานอาหารสำหรับผู้มาเยือนกลุ่มใหญ่ได้สบาย ๆ ทุกคนในบ้านจะได้เพลิดเพลินใจไปกับบ้านที่โปร่งโล่ง เชื้อเชิญให้สายลมอ่อนๆ พาดผ่านทั้งชั้นบนชั้นล่าง และรับทัศนียภาพที่งดงามรอบ ๆ บ้านได้อย่างง่ายดาย

ระเบียงชานปูพื้นด้วยไม้ขนาดกว้างมากพอที่จะจุได้ทั้งเตียงและเฟอร์นิเจอร์ครบชุดทีเดียว ส่วนนี้เป็นจุดที่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่ว่าชื่นชอบการใช้พื้นที่นอกตัวบ้าน ออกมานั่งหรือนอนสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิว นั่งอ่านหนังสือ จิบกาแฟ พูดคุยกับสมาชิกในบ้านหรือสังสรรค์กับเพื่อน รับลมที่พัดเย็นๆ เจ้าของบ้านจัดวางเฟอร์นิเจอร์ outdoor ทำจากหวายสานตกแต่งเบาะนั่งสีแดงอมส้มชุดใหญ่ และโต๊ะทานอาหารอีกชุดเอาไว้เปลี่ยนบรรยากาศยามทานข้าว ซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้อยู่ได้ดี
ภาพด้านหลังของบ้าน เป็นอาคารสีขาวดูคลาสสิคด้วยบานหน้าต่างแบบเป็นช่องเล็ก ๆ ทำให้แสงเข้าสู่ตัวบ้านได้มาก ส่วนอาคารตรงกลางทำสเต็ปบันไดเล็ก ๆ เชื่อมต่อระหว่างบ้านกับสวน ซึ่งแทบจะไม่มีเส้นเขตแบ่งกั้นระหว่างตัวบ้านกับพื้นที่สวน ทำให้บ้านนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น และความสดชื่นดูมีชีวิตชีวา
ที่บ้านนี้ไม่ขาดพื้นที่นั่งเล่น ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลัง ก็มีจุดให้นั่งพักผ่อนชมวิวที่แตกต่างได้อย่างสบายใจ ถ้าชอบอยู่ร่วมกับคนเยอะ ๆ ก็ใช้พื้นที่ชานระเบียงบนชั้นสอง แต่ถ้าอยากจะนั่งคิดอะไรเงียบ ๆ ก็เลือกมุมโปรดได้ตามชอบบ้านหลังนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับสำหรับครอบครัวใหญ่ ดังนั้นพื้นที่ใช้งานจึงต้องทำให้รู้สึกโปร่งเพื่อไม่ให้รู้สึกอึดอัด ด้วยการติดบานประตูกระจก ผนังกระจก ให้วัสดุช่วยเพิ่มความรู้สึกสบายให้บ้าน เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้อย่างชุดโซฟาก็เลือกชุดใหญ่ เพื่อให้เหมาะกับจำนวนของสมาชิก โทนสีหลักของบ้านใช้สีขาวทาผนังเป็นฉากหลัง ตัดด้วยสีดำ สีเทา ไล่เฉด ที่แทรกแซมอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ ของตกแต่ง ซึ่งจะช่วยเสริมบรรยากาศที่เรียบ นิ่ง ดูโมเดิร์นและมีมิติขึ้น
การจัดผังบ้านเป็นแบบ Open Plan ที่รวมเอาห้องนั่งเล่น ห้องครัว และมุมรับประทานอาหาร อยู่ในบริเวณเดียวกัน ทำให้สมาชิกในบ้านสามารถเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่ชอบไปได้พร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งอ่านหนังสือ ทำอาหาร ทานของว่าง ดูทีวี โดยที่ไม่ต้องขาดการติดต่อระหว่างกัน ทำให้ครอบครัวใหญ่อบอุ่นขึ้น


ครัวโมเดิร์นแวววาวด้วยสีเมทัลลิคสีเทา-ขาว ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งมุมเตรียมอาหาร ซิงค์ล้าง เตาอบ ไมโครเวฟ พื้นที่จัดเก็บตู้เย็นไซส์ใหญ่ และไอซ์แลนด์ที่กว้างขวางเตรียมของได้มาก แถมฟังก์ชั่นตู้ลิ้นชักจุของเพิ่มได้อีก
แม้ว่าพื้นที่ครัวจะมากทำให้จัดครัวได้สบาย แต่ถ้าเติมฟังก์ชั่นการใช้งานได้มากกว่าหนึ่งในจุดเดียวก็จะยิ่งตอบโจทย์ อย่างเช่น ไอซแลนด์ที่เป็นได้ทั้งจุเตรียมอาหาร ตู้เก็บของ และพื้นที่มินิบาร์ ทำให้บ้านเหลือพื้นที่ใช้งานได้มาก
ส่วนครัวโมเดิร์นที่เต็มไปด้วยความทันสมัยนี้ดูอบอุ่นจากงานไม้ที่ปูอยู่เต็มพื้นห้อง ผนังด้านข้างครัวเจาะช่องเปิดติดประตูบานสไลด์ขนาดใหญ่ เปิดรับลมและระบายอากาศในครัวออกไปได้มาก ช่องผนังที่กว้างทำให้การเชื่อมต่อกับระเบียงชานได้อย่างง่ายดาย หากพื้นที่นั่งทานอาหารในบ้านไม่เพียงพอก็สามารถขยับขยายพื้นที่ออกไปด้านนอกได้ บริเวณภายนอก-ภายในจึงผสานกันอย่างต่อเนื่องลื่นไหล
ห้องนอนแต่ละห้องมีคอนเซ็ปต่างกันไป และทุกห้องก็จะตกแต่งห้องน้ำในธีมเดียวกันเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ต่อเนื่อง บ้านนี้ตกแต่งห้องนอนอย่างเรียบง่าย ไม่เน้นเฟอร์นิเจอร์หรูหรา แต่ตกแต่งน้อย ๆ วางเฉพาะของชิ้นสำคัญ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายเหมาะแก่การพักผ่อน ที่สำคัญคือทุกห้องปูพรมเต็มพื้นที่เพื่อให้รู้สึกถึงความอบอุ่น

บ้านโมเดิร์นลอฟท์
ดีไซน์บ้านบนที่ดินลาดเอียง ให้กลมกลืนและน่าจดจำ

เมื่อลักษณะของที่ดินที่มีอยู่ไม่ได้ราบเรียบหรือเสมอกัน การออกแบบบ้านจึงต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง ปรับที่ดินให้เรียบเสมอ หรือปรับรูปฟอร์มบ้านให้เป็นหนึ่งเดียวกับลักษณะของที่ดิน สถาปนิกที่ออกแบบบ้านหลังนี้ เลือกที่จะออกแบบบ้านสองชั้นให้มีลักษณะเป็นหนึ่งเดียวกับที่ดินลาดเอียงที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและบรรยากาศเงียบนอกเมือง นับเป็นการดีไซน์ที่บูรณาการบ้านให้เข้าภูมิทัศน์ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว
5
ภายนอกบ้านเน้นฟอร์มทรงกล่อง ที่มีเส้นสายเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ผนังภายนอกเป็นปูนเปลือยขัดมัน ให้ความรู้สึกดิบ เป็นธรรมชาติ ชั้นบนที่ติดเนิน ออกแบบไว้เป็นโรงจอดรถติดตั้งประตูแบบพับขึ้น เพื่อให้สะดวกและปลอดภัยสำหรับทั้งเจ้าของบ้านและรถ ห้องส่วนรวมของครอบครัวอยู่ชั้นบนทั้งหมด
5.1
ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องรับประทานอาหาร ใช้ประตูกระจกบานสไลด์ มองเห็นวิวได้รอบทิศทาง แม้ตรงบริเวณนี้จะยังตกแต่งและมีเฟอร์นิเจอร์ไม่ครบ แต่ก็พอจะมองภาพออกว่า เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะน่าพักผ่อนและให้ความผ่อนคลายแก่ผู้อยู่อาศัยขนาดไหน บิวท์อินครัวหน้าบานไม้ เก็บของใช้ได้อย่างเป็นระเบียบ มีไอซ์แลนด์ความยาวเท่ากับบิวท์อินไว้เตรียมอาหาร พร้อมอ่างล้างผัก ล้างจาน ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องความอับชื้นหรือเชื้อโรคหมักหมม เพราะแสงแดดที่ส่องเข้ามาผ่านกระจก ทำให้ทั่วทั้งห้องปลอดโปร่งและมีแสงสว่างที่เพียงพอตลอดทั้งวัน
5.2
ชั้นล่างของบ้าน หรือชั้นที่ถูกเนินบดบังอยู่ เหมาะสำหรับพื้นที่พักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัว ห้องนอน 3 ห้อง มีประตูกระจกที่เปิดออกไปยังสวนหลังบ้านได้ทุกห้อง ขนาดห้องที่เล็กจึงไม่ได้ทำให้รู้สึกอีดอัดแต่อย่างใด
ไม่น่าเชื่อว่า หน้าบ้านที่ปิดทึบเช่นนี้ ภายในจะมีความปลอดโปร่งแบบสุด ๆ ทั้งยังมีระเบียงไม้ที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่หน้าบ้านจนไปถึงบริเวณหลังบ้านหรือห้องแฟมิลี่ โดยกันตกที่ใช้เป็นกระจกใส ทำให้บ้านทรงเหลี่ยมดูเบาสบายกว่าที่เป็น อีกทั้งระเบียงบ้านยังช่วยอำนวยความสะดวกเวลาต้อนรับแขกและจัดปาร์ตี้ในวันหยุดอีกด้วย

บ้านในไร่
ชื่นชมไร่องุ่น แบบ 360 องศา ภายในบ้านสมัยใหม่

หากจินตนาการถึงบ้านโมเดิร์น เรามักจะคิดถึงบ้านที่ตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมท่ามกลางเมืองใหญ่ มีความสะดวกสบายรอบด้าน น้อยคนนักที่เลือกจะสร้างบ้านโมเดิร์นท่ามกลางไร่ฟาร์ม เพราะความกังวลว่า รูปลักษณ์และสไตล์ของบ้าน อาจจะสร้างความขัดแย้งกับพื้นที่ธรรมชาติที่ร่ายล้อมอยู่ แต่สำหรับบ้านหลังนี้ เจ้าของเลือกออกแบบในสไตล์ทันสมัย ที่สามารถชมวิว ชมผลผลิตที่ปลูกได้ถึง 360 องศา โดยที่ไม่รู้สึกถึงความขัดแย้งแม้สักนิดเดียว
บ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นแบบชัดเจน โรงจอดรถคือส่วนเดียวกับตัวบ้าน สมาชิกในครอบครัวใช้พื้นที่รวมกันบนบริเวณชั้นสอง ทำการตกแต่งทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหารไว้ส่วนบนของบ้านทั้งหมด เพื่อให้ทุกคนสามารถชมวิวไร่องุ่นได้อย่างถนัดตาและชัดเจนมากที่สุด ผนัง ประตู หน้าต่างจึงเน้นใช้กระจกเป็นส่วนใหญ่ เพื่อเปิดมุมมองได้กว้างขวาง

ม้านั่งบิวท์อินติดผนังกระจก ใช้เป็นนั่งเล่นชิล ๆ สบาย ๆ มีลิ้นชักไว้เก็บด้านล่าง
ครัวขนาดพอเหมาะ ติดตั้งเครื่องดูดควันไว้เรียบร้อย มีช่องหน้าต่างเปิดระบายกลิ่น ระบายอากาศเวลาทำอาหาร ห้องแฟมิลี่จัดสรรพื้นที่แบบ Open Plan เปิดโปร่งเชื่อมต่อกับระเบียงกว้าง ๆ

จินตนาการถึงเวลาตื่นนอนและเข้านอน เจ้าของห้องสามารถมองเห็นธรรมชาตินอกบ้านได้อย่างใกล้ชิด ภายในห้องนอนจึงแทบไม่ต้องตกแต่งอะไรมากมาย เพราะวิวสวยรอบด้านเปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์และของประดับชิ้นเอกของห้องอยู่แล้ว แค่นำเตียงนอนขนาดพอเหมาะกับห้องมาจัดวาง ปูพรมสีเทาเพื่อให้สัมผัสสบายเท้า เลือกเครื่องนอนนุ่ม ๆ สบาย ๆ เพียงแค่นี้การพักผ่อนในทุก ๆ วันคืน ก็เป็นช่วงเวลาที่สุดแสนพิเศษแล้ว
ระเบียงปูพื้นไม้ นั่งชมวิวไร่องุ่น ภูเขาอันไกลโพ้นสุดลูกหูลูกตา บ้านหลังนี้มีบันไดขึ้นลง 2 ทาง คือภายในบ้าน และภายนอกบ้าน ที่มุ่งตรงสู่ระเบียงบ้านทันที สะดวกเวลาใช้งานและสะดวกเวลาต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยือน เพราะมุมนั่งเล่นตรงระเบียง สามารถใช้เป็นห้องรับแขกได้แบบไม่อายใคร
ศาลานั่งเล่นในสวน มีกำแพงพรางสายตาจากภายนอก

บ้านโมเดิร์น
เปิดกว้างแบบเท่ ๆ ด้วยเหล็กและกระจก วัสดุสมัยใหม่

ปัจจุบันผู้คนนิยมสร้างบ้านให้มีความปลอดโปร่ง ตัวบ้านสูงโออ่า เพื่อช่วยในการระบายอากาศของพื้นที่ภายใน ซึ่งการใช้โครงสร้างเหล็กและผนังกระจกเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ ทั้งยังช่วยให้บ้านดูโดดเด่น แข็งแรงและมีความสมัยใหม่อยู่ในตัว บ้านสองชั้น 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ ในบทความนี้ก็เช่นกัน มีเหล็กและกระจกเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้บ้านโปร่งสบาย แถมยังช่วยให้ดีไซน์ดูโมเดิร์นมากขึ้นด้วย
เจ้าของบ้านเลือกเปิดพื้นที่โซนด้านหลังให้โปร่งใส ด้วยการใช้ผนังกระจกเต็มบาน เป็นการเชื่อมโยงพื้นที่ภายนอกให้เข้ามามีบทบาทกับพื้นที่ภายใน ทุกห้องของชั้นล่างจึงมองเห็นสวนและสระว่ายน้ำได้แบบเต็มตา ไม่เพียงแค่กระจกเท่านั้นที่ทำให้บ้านโปร่งกว้าง รูปทรงของหลังคาเพิงหมาแหงน ความลาดเอียงเพิ่มความสูงให้กับเพดาน หลังคาเมทัลชีทสีเงินสมัยใหม่ ภายในกรุฝ้าด้วยงานไม้ เพื่อไม่ให้ดีไซน์ดูแข็งจนเกินไป

จากประตูบ้านที่เปิดเข้ามา จะเจอกับส่วนของบันได ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว และด้านในสุดคือห้องนั่งเล่น เชื่อมโยงพื้นที่กันตามลำดับ ปูพื้นไม้สีน้ำตา และใช้สีขาวเป็นสีหลัก เพิ่มความสว่างและความเรียบง่ายให้อบอวลอยู่ทั่วทั้งหลัง หมดกังวลเรื่องแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือความอับชื้นที่จะเกิดขึ้น
ห้องรับประทานอาหาร คือส่วนแรกของบ้านเมื่อเปิดประตูเข้ามา ออกแบบให้เป็น Double Volume บันไดแบบตรงมุ่งสู่ชั้นบนไม่ซับซ้อน ความโปร่งของบันได เส้นสายของราวจับ ทำให้บ้านโครงสร้างเหล็กดูเบาสบายมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อขึ้นสู่พื้นที่ชั้นบน จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลในการย่างก้าว เพราะปูพื้นด้วยพรมสีเทาทั้งชั้น ลดการกระทบกระแทกเวลาเดิน ไม่เกินเสียงดังให้หงุดหงิดรำคาญใจ
บ้านสองชั้นหลังนี้ มีห้องนอนทั้งหมด 4 ห้องด้วยกัน จัดตำแหน่งให้อยู่บนชั้นสองทั้งหมด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่าห้องอื่น ๆ แต่ละห้องตกแต่งอย่างเรียบง่าย ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นมิตรกับธรรมชาติ ห้องนอนมาสเตอร์มีห้องน้ำในตัว ส่วนอีก 3 ห้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน
ตัวบ้านด้านหลัง ดีไซน์คล้ายรูปตัว L เพื่อให้ทุกพื้นที่ได้มองเห็นสวนและสระว่ายน้ำนอกบ้านได้เท่า ๆ กัน ติดตั้งประตูกระจกบานสไลด์ ทั้งห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว และห้องนั่งเล่น เดินออกมาภายนอกได้สะดวก ปูพื้นระเบียงด้วยไม้สีน้ำตาลเข้ม เติมธรรมชาติเข้าไป ทำให้บ้านทันสมัยดูอบอุ่นและมีบรรยากาศที่ผ่อนคลายเหมาะกับการพักผ่อนในทุก ๆ วัน

บ้านคอนกรีต
บ้านปูนเปลือยสองชั้น เปิดชั้นล่างรับลม ลดความชื้น

การสร้างบ้านแต่ละหลัง สิ่งที่ควรคำนึงถึงหลัก ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องของการสร้างอย่างเข้าใจสภาพแวดล้อมของพื้นที่นะครับ ข้อนี้ก็คงไม่มีใครปฏิเสธได้ เพราะถ้าสร้างบ้านโดยที่ไม่รู้จักพื้นที่ ไม่ศึกษาข้อมูลและประวัติให้ดีก็อาจจะทำให้การสร้างบ้านเสียมากกว่าดี อย่างเช่น การสร้างบ้านในพื้นที่ชุ่มน้ำหรือเขตร้อนชื้นน้ำท่วมถึง หากสร้างบ้านแบบวางฐานรากติดกับพื้นดินย่อมทำให้ตัวบ้านได้รับความเสียหายแน่นอนครับ บทความนี้จะพาไปชมบ้านในศรีลังกา ซึ่งเป็นหนึ่งตัวอย่างที่สร้างมาอย่างเข้าใจในบริบทของพื้นที่ทั้งการออกแบบรูปร่างอาคาร การจัดพื้นที่ใช้สอย และการเลือกวัสดุจึงตอบสนองการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
บ้านสองชั้นดูแข็งแกร่งด้วยวัสดุคอนกรีตหลังนี้ ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลสาบและที่ราบดินซึ่งเต็มไปด้วยดินโคลน ในประเทศศรีลังกา บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังลมซึ่งจะมีพนักงานและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาทำงาน จึงสร้างอาคารสำนักงานและที่พักแบบเรียบง่ายในงบประมาณจำกัด โดยมีโจทย์ว่าต้องดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ไม่สร้างความเสียหายต่อพืชพันธุ์ที่อยู่โดยรอบ อาคารนี้จึงดูถ่อมตัวกลางทุ่งหญ้า มีสองชั้นชั้นล่างเปิดโล่งเพื่อให้เชื่อมต่อกับบริบทภายนอกได้ดี ส่วนชั้นบนปิดด้วยบานประตูไม้ระแนงเพื่อความเป็นส่วนตัว ที่สามารถเปิดออกได้เมื่อต้องการ

เนื่องจากบริเวณโดยรอบเป็นโคลนและน้ำ สถาปนิกจึงต้องสร้างอาคารยกพื้นสูงเปิดชั้นล่างโล่ง เพื่อป้องกันอาคารจากความชื้นอันเนื่องมาจากน้ำท่วมขัง และปล่อยให้ลมพาดผ่านเข้ามาสร้างความสบายลดความชื้นใต้อาคาร ส่วนของชั้นล่างนี้สูง 16 ฟุต หรือประมาณ 4.8 เมตร ทั้งพื้นและเสาเป็นคอนกรีต ประกอบด้วย ห้องรับแขกแบบเปิดโล่ง พื้นที่สำหรับการทานอาหาร และห้องครัวที่ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก
บริเวณกลางอาคารมีส่วนที่โดดเด่นตั้งตระหง่านอยู่นั่นคือบันไดคอนกรีตที่วนเป็นรูปเกลียว มองจากด้านบนลงมาเหมือนรูปก้นหอย ดูสวยงามแปลกตา เหมือนเป็นงานศิลปะในอาคาร
ชั้นบนมีพื้นที่รับแขกและห้องนอน 4 ห้อง 2 ห้องสำหรับพนักงาน และห้อง 2 ห้องสำหรับแขกที่มาเยือน ห้องนอนแต่ละห้องจะเปิดผนังได้กว้างบริเวณมุมห้องที่มาต่อเชื่อมกัน เพื่อให้รับวิวทิวทัศน์ของที่ตั้งและภูมิทัศน์โดยรอบ มองเห็นแสงสะท้อนที่เต้นระยิบระยับอยู่เหนือผืนน้ำในทะเลสาบ พร้อมเปิดรับอากาศแสนบริสุทธิ์ที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ทุกห้องมีห้องอาบน้ำในตัวซึ่งเปิดรับแสง ลม บรรยากาศธรรมชาติได้เช่นเดียวกัน ถ้าอากาศเริ่มร้อนก็สามารถเลื่อนบานประตูที่ตีเป็นระแนงช่วยกรองแสงปิดตัวห้องได้


พื้นที่เปิดทั้งด้านล่างและบริเวณที่เชื่อมต่อไปถึงด้านบนช่วยกระจายการไหลเวียนของอากาศในอาคาร ทำให้ตัวอาคารไม่ร้อน
บ้านสองชั้นเปิดสเปซชั้นล่างโล่งกว้าง สามารถใช้งานได้อเนกประสงค์ ชั้นบนเปิดออกรับวิวสูงโดยรอบ สะดุดตาด้วยบันไดเกลียวบริเวณกลางบ้านมองไกล ๆ เหมือนมีพายุหมุนอยู่ภายใน ทำให้บ้านคอนกรีตเรียบ ๆ นิ่ง ๆ เหมือนมีความเคลื่อนไหว เป็นการออกแบบบ้านที่เรียบง่าย แต่คำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความสบายของผู้อยู่เป็นหลัก

บ้านสองชั้น
บ้านสองชั้นวางตัวตามแนวเนิน เต็มเสน่ห์ด้วยผนังสังกะสีขึ้นสนิม

Sunshine Canyon house เป็นชื่อของบ้านที่ออกแบบมาสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คน ตั้งอยู่บนริมเนินเขาในเทือกเขา Alpine ที่สูงที่เต็มไปด้วยหิน ในเมืองโบลเดอร์ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเดนเวอร์ ในเคาน์ตี้โบลเดอร์ รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เป็นสร้างที่นำเสนอความถ่อมตัวด้วยวัสดุที่ใช้ แต่ท้าทายด้วยการเลือกโลเคชั่นที่ไม่ใช่ที่ราบ ดังนั้นการจัดวางผังตัวบ้าน วิธีการสร้าง จึงต้องคิดมาอย่างดี เพื่อให้บ้านสามารถมั่นคงแข็งแรง ทนสภาพอากาศได้ดี และใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพครบฟังก์ชั่นที่บ้านต้องมี บ้านหลังนี้น่าจะเป็นหนึ่งแรงบันดาลใจให้คนที่อยากสร้างบ้านบนเนินเขา แต่หนักใจกับสภาพภูมิประเทศที่ไม่เป็นใจ ก็ลองเก็บเอาไว้เป็นไอเดียกันดูนะครับ
แม้ว่าลักษณะที่ดินจะไม่เอื้ออำนวย แต่สถาปนิกก็แก้โจทย์ออกมาได้ดี ด้วยการปรับจุดด้อยให้เป็นจุดเด่น บนเนินจะมีทัศนวิสัยที่ดีซึ่งได้เปรียบบ้านในพื้นราบ จึงทำเป็นอาคารสองชั้นยกสูงขึ้นด้วยการใช้เสาเป็นฐานรองรับ เว้นพื้นที่ด้านล่างเอาไว้ให้ลมผ่านได้สบาย ติดกระจกเป็นระยะเพื่อให้รับชมวิวโดยรอบได้เต็มพิกัด ชั้นบนยกตัวขึ้นรับแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ได้เต็มที่ นอกจากกระจกแล้วเราจะเห็นผนังบ้านสีน้ำตาลแดงดูเข้ากับผืนหญ้าและก้อนหินทำจากแผ่นสังกะสีขึ้นสนิม เป็นบ้านสองชั้นที่สวยได้โดยไม่ต้องปรับหน้าดินและมีเสน่ห์ด้วยวัสดุรีไซเคิล

การจัดวางตัวบ้านให้เป็นเหมือนสเต็ปบันไดตามแนวที่ดินที่ลาดชันต่างระดับ เป็นกระบวนการแก้ปัญหาของทีมงานที่ชาญฉลาด ทำให้บ้านมีความสมดุลย์กับพื้นที่ ทุกมุมของตัวบ้านได้เปิดวิสัยทัศน์ในระดับที่แตกต่าง แต่ละชั้นก็มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ต่างกัน
หลังคาของบ้านหน้าจั่วและวัสดุที่เป็นของใช้รีไซเคิล สีของไม้ สีของเหล็ก และสนิมเกรอะกรัง ช่วยเรียกคืนกลิ่นอายความเป็นชนบทของเมืองที่ทำเหมืองแร่ในอดีต การเลือกใช้วัสดุ และสี วิธีการสร้างสะท้อนให้เห็นความใส่ใจในการออกแบบบ้าน โดยคำนึงถึงสภาพทางภูมิศาสตร์ในบริบทของปัจจุบัน แต่แสดงให้เห็นถึงแรงบันดาลใจที่โหยหายุคสมัยที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี
จากพื้นที่เนินดินซึ่งจัดเป็นสวนเขียว ๆ เชื่อมต่อเข้ามาถึงตัวบ้านด้วยสเต็ปบันไดที่ไม่สูงมาก ทำให้พื้นที่ภายนอกและภายในเชื่อมต่อกันได้อย่างลื่นไหล และสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่คิด
ในขณะที่บ้านอยู่ในพื้นที่ต่างระดับ เต็มไปด้วยเนิน หิน ดิน อาจจะคิดว่าการสัญจรใช้งานทั้งภายในภายนอกทำได้ยากลำบาก แต่ที่นี่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเพราะสถาปนิกสามารถเบลอขอบเขตพื้นที่บ้านกับพื้นที่กลางแจ้งให้เข้าถึงกันได้ง่าย ด้วยผนังกระจกและวัสดุที่ให้อารมณ์แนบเนียนกับสิ่งแวดล้อม และการทำสเต็ปบันไดเชื่อมต่อระหว่างบ้านกับสวน สะพานออกจากตัวบ้านมาสู่เนินดิน จนบ้านกลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิประเทศโดยรอบ
การตกแต่งภายในดูโปร่งสบายและผ่อนคลายกว่าที่คิด มองจากภายนอกเราจะรู้สึกว่าผนังสีน้ำตาลอมแดง ให้ความรู้สึกอบอุ่นปนนิ่ง ดูขรึม ๆ และยังมีพื้นที่ปิดในบางจุดด้วยการทำฟาซาดจากไม้และแผ่นสนิม แต่ด้านหลังฟาซาดทั้งหมดเป็นบานสไลด์ที่เปิดออกได้กว้าง เมื่อเปิดออกจะเห็นผนังบานกระจกอีกชั้นอยู่ข้างในเผยให้เห็นพื้นที่ในบ้านที่โปร่งสว่าง


ห้องครัว พื้นที่ทานข้าว และมุมทำงานจัดวางให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน ทุกส่วนไม่มีผนังปิดกั้นจึงไม่ทำให้บ้านอึดอัด การตกแต่งบ้านแบบเปิดโล่งแบบนี้มีข้อดีคือ นอกจากจะทำให้หลายส่วนใช้ชีวิตในบ้านจัดวางเอาไว้ใกล้ ๆ กัน ช่วยในการประหยัดเนื้อที่ ไม่เปลืองงบประมาณในการก่อากหรือกำแพงบังแล้ว ยังทำให้การสัญจรในบ้านทำได้ดี สมาชิกในบ้านสามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้ในคราวเดียว
พื้นที่ใช้ชีวิตในบ้านและพื้นที่กลางแจ้งต้องไปด้วยกันได้ทุกจุด นี่คือสิ่งที่เราเห็นได้จากการสร้างบ้านหลังนี้ แม้จะทั่งในส่วนชั้นสองที่ถูกยกตัวขึ้นจากพื้นดินก็ยังมีส่วนใช้ชีวิตเอาท์ดอร์สบาย ๆ ด้วยการต่อระเบียงชานขนาดใหญ่ออกมาจากบ้าน เมื่อรู้สึกเบื่อ ๆ จะอุดอู้อยู่ในอาคารก็เพียงแค่สไลด์ประตูออกมา ก็จะพบอีกฟีลของการใช้ชีวิต

บ้านโมเดิร์น
บ้านคอนกรีตผนังกระจก สัดส่วนวัสดุที่เหมาะกับผู้อยู่

สถาปนิกเลื่องชื่อ เลอ กอร์บูซีเย กล่าวว่า อาคารไม่เหมาะกับคนแต่ควรทำให้คนเหมาะกับอาคาร ด้วยการกำหนดสัดส่วนของอาคารให้เหมาะสมแทน คำกล่าวนี้ถ้าไม่มีภาพให้เห็นก็อาจจะงง ๆ แต่ถ้าได้เห็นบ้านหลังนี้คงจะเข้าใจได้มากขึ้น เพราะในยุคก่อนที่จะมีอาคารสมัยใหม่นั้น ผู้คนมักจะสร้างบ้านอยู่บนพื้นดินโดยตรง ทำให้เกิดปัญหาเรื่องความชื้นภายในอาคาร และต้องใช้ผนังในการับน้ำหนักทำให้การใช้งานในบ้านไม่เป็นอิสระ ที่อยู่อาศัยในปัจจุบันจึงพยายามนำมองหาแนวคิด และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ประกอบกับการออกแบบเพื่อให้บ้านสามารถสอดรับกับการใช้ชีวิต โดยไม่ลืมที่จะดึงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านให้ได้มากที่สุด อย่างการใช้แผ่นคอนกรีตเสริมแรง เสา ผนังกระจกมาใช้ ลองไปชมไอเดียบ้านที่คิดสัดส่วนมาอย่างดีนี้ด้วยกันได้เลยครับ
แนวคิดในการสร้างบ้านที่สถาปนิกต้องการอธิบายถึง Toblerone House คือบ้านที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร ดังนั้นบ้านสองชั้นที่ดูเรียบง่ายนี้จึงต้องมีสิ่งที่พิเศษซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมแรงสำเร็จรูปแผ่นใหญ่ที่ช่วยร่นเวลาในการก่อสร้าง สลับกับชั้นบนที่ทำฟาซาดด้วยไม้ปิดรอบตัวบ้านช่วยลดความแข็งกระด้างของคอนกรีต แต่ชั้นล่างกลับเปิดโปร่ง ๆ ติดประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่สนามหญ้า เป็นการจัดวางจังหวะให้บ้านมีทั้งความทึบ ความโปร่ง และความสดชื่นจากสวนที่มีความพอเหมาะพอดี

โครงสร้างบ้านทำง่าย ๆ ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก เริ่มจากปูฐานบ้านและใส่เสากลมรองรับแผ่นคอนกรีตเสริมแรงขนาดใหญ่สองแผ่นที่วางขนานกัน เป็นส่วนพื้นของชั้นสองและหลังคาบ้าน คั่นด้วยผนังกระจกในชั้นล่างและติดฟาซาดไม้ที่ชั้นบน ระบบโครงสร้างแบบถ่ายน้ำหนักลงที่คานและเสา (Skeleton Constuction) จะทำให้การจัดวางที่ว่างภายในอาคารมีอิสระในการใช้งานมากขึ้น
บ้านหลังนี้ได้รับอิทธิพลมากแนวคิดในการสร้างบ้านของเลอ กอร์บูซีเยสถาปนิกเลื่องชื่อ ที่เป็นต้นกำเนิดของสถาปัตยกรรมคอนกรีตแบบยกพื้นสูงลอยตัว มีช่องว่างระหว่างชั้นเหมือนผนังลอยได้ บ้านหลังนี้จึงมีลักษณะเบารอบด้านของตัวบ้านในชั้นล่างจึงใช้กระจกเป็นวัสดุหลัก ความใสของกระจกทำให้บ้านหรูหราขึ้น แถมยังช่วยซึมซับบรรยากาศสบายและเปิดวิสัยทัศน์ให้บ้านมองเห็นสวนสีเขียวที่จัดไว้โดยรอบ บ้านและธรรมชาติจึงเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน เมื่อเปิดประตูกระจกเข้ามาจะเห็นแผนผังการจัดพื้นที่ภายในที่เป็นโถงยาว เน้นการใช้พื้นที่ใช้สอยอย่างอิสระ
ห้องนั่งเล่น ครัว และโฮมออฟฟิศ เรียงตัวอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน เมื่อเปิดประตูกระจกออกก็เชื่อมต่อกับสนามหญ้าเขียว ๆ ได้ทันที หรือแม้จะไม่ได้เปิดประตูก็ยังสัมผัสได้ถึงความสดชื่นของบรรยากาศภายนอกได้ผ่านผนังใส ๆ


บ้านนี้แบ่งพื้นที่การใช้งานเอาไว้อย่างชัดเจน ชั้นล่างเป็นพื้นที่ใช้งานร่วมกัน ชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัว ประกอบด้วย ห้องนอน 3 ห้อง ห้องโฮมเธียร์เตอร์ และห้องอ่านหนังสือ ห้องนอนจะอยู่บริเวณที่มีฟาซาดไม้ปิดเอาไว้ ทำให้ส่วนนี้ของบ้านกลายเป็นกล่องไม้ที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะปิดทึบ แต่ฟาซาดไม้นี้เป็นไม้ระแนงซี่เล็ก ๆ ที่ทำเป็นบานเฟี้ยมต่อกันรอบ ๆ จึงพับเก็บไว้ด้านข้างได้ เจ้าของห้องเลือกได้ว่าเมื่อไหร่จะเปิดห้องเพื่อรับทิวทัศน์ หรือปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว บานระแนงนี้ยังเป็นตัวช่วยกรองแสงไม่ให้เข้ามารบกวนภายในมากเกินไปเมื่อต้องการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี
คงมีบ้านไม่น้อยที่ประสบปัญหาเรื่องต้นไม้ใหญ่ที่ตระหง่านกีดขวางพื้นที่สร้างบ้าน หลายบ้านเลือกตัดทิ้งแต่หลายคนเลือกที่จะเก็บเอาไว้แต่หาช่องทางในการอยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย บ้านหลังนี้ก็เป็นอีกหนึ่งหลังที่ออกแบบบ้านอย่างเคารพต่อธรรมชาติ เห็นได้จากการเลือกเจาะช่องว่างบริเวณแผ่นคอนกรีตเป็นวงกลมขนาดใหญ่ เพื่อให้ต้นไม้ใหญ่ได้เติบโตสร้างร่มเงาให้บ้านโดยไม่ตัดทิ้ง
การออกแบบแสงส่องสว่างในบ้านยามค่ำคืน ก็เป็นอีกจุดที่สถาปนิกใส่ใจในรายละเอียด เพียงแค่เติมสีของแสงที่ต่างกันแทรกตามจุดต่าง ๆ ของบ้านและสวนก็ทำให้บ้านดูมีมิติสว่างไสวโปร่งตาทั่วบริเวณ จากบ้านธรรมดาในตอนกลางวันกลายเป็นบ้านพักตากอากาศที่ดูหรูหราขึ้นในตอนกลางคืน
ไฟดาวน์ไลท์สีส้มติดบริเวณทางเดินริมผนังไม้เป็นระยะทำให้บ้านดูอบอุ่นขึ้น