ศาลอุทธรณ์ยืนคุก 20 ปี ‘พรชนก’ ฆ่าหั่นศพยุ่นปี57

ศาลอุทธรณ์ยืนคุก 20 ปี 'พรชนก' ฆ่าหั่นศพยุ่นปี57

ศาลอาญารัชดา นัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมชาย แก้วบางยาง และ นางพรชนก ไชยะปะ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 – 2 ฐานฆ่าผู้อื่นฯ

จากกรณี เมื่อระหว่างวันที่ 21 กันยายน – 13 ตุลาคม 2557 จำเลย ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง นายโยชิโนริ ชิมาโตะ ครูสอนภาษา ชาวญี่ปุ่น และร่วมกันฆ่าชำแหละศพ ในอ่างอาบน้ำภายในห้องน้ำบ้านเลขที่ 201/237 หมู่บ้านออคิดวิลล่า จ.สมุทรปราการ แล้วชิงทรัพย์สิน ผู้ตายจำนวน 41,500 บาท ก่อนหลบหนีไป โดยคดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษาจำคุก นายสมชาย จำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต ส่วน นางพรชนก จำเลยที่ 2 พิพากษาจำคุก 20 ปี ต่อมา โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามคำฟ้อง

เนื่องจาก จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เพียงนำบัตรเครดิตของ นายโยชิโนริ ไปใช้ แต่ไม่ปฏิเสธข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ในวันนี้เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ จึงนำตัว นางพรชนก มาฟังคำพิพากษาศาล โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้จะไม่มีประจักษ์พยาน แต่มีพยานแวดล้อมเบิกความ และสอดคล้องกับคำรับสารภาพของ นายสมชาย ตามที่นำชี้จุดเกิดเหตุ ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษายืน ตามศาลชั้นต้น

แชร์สนั่น..เกือบเข้าใจผิด หนุ่มทำคลอดให้แฟนกลางถนน

โลกออนไลน์สุดประทับใจ ภาพที่เกือบทำให้เกิดความเข้าใจผิด ชายหญิงนอนล้มอยู่กลางถนน แต่ที่แท้เป็นการทำคลอด หลังขี่รถไปโรงพยาบาลไม่ทัน ลูกน้อยคลอดออกมากลางทาง

แชร์สนั่น..เกือบเข้าใจผิด หนุ่มทำคลอดให้แฟนกลางถนน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่กลางถนน โดยที่มีหญิงสาวนอนหงายอยู่ใกล้ๆ กลายเป็นภาพที่ทำให้บางคนเข้าใจผิด นึกว่าเป็นเหตุทำร้ายร่างกายกัน แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นเรื่องราวดีๆ เพราะชายคนดังกล่าวเข้าไปช่วยทำคลอดให้หญิงสาว ระหว่างรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทีมแพทย์มาถึงจุดดังกล่าว

ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กคุณ Art Bioplus กลายเป็นประเด็นพูดถึงไปทั่วโลกออนไลน์ หลังจากที่เขาโพสต์ภาพเอาไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้่นเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.สระบุรี บังเอิญขับรถไปเหตุการณ์ดังกล่าว ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทกันระหว่างชายหญิง แต่เมื่อจอดรถลงไปตรวจสอบกลับพบว่าไม่ใช่

“เมื่อวานขับรถกลับจากซ้อมฟุตบอล ระหว่างขับมองข้างหน้าเห็นภาพผู้หญิงนอนอยู่กับพื้น โดยมีผู้ชายเหมือนนั่งคร่อมไว้ (แต่จริงๆ ไม่ได้คร่อมนำครับ) ในใจคิดสิ่งเดียวเลยว่า ผู้หญิงถูกทำร้ายแน่ๆ คิดว่ายังไงก็ต้องลงไปช่วยผู้หญิงให้ได้ เพราะดูรูปร่างผู้ชายแล้วพอที่จะสู้ไหว จึงชะลอรถเพื่อดูชั้นเชิงหากว่าสู้ไม่ได้ อย่างน้อยจะได้ช่วยผู้หญิงออกมาให้ได้

แต่พอเข้าไปดูชัดๆ กลายเป็นภาพผู้หญิงนอนอยู่กับพื้น ส่วนผู้ชายกำลังใช้สองมือของเขาประคองศีรษะเด็กเอาไว้อยู่ จึงรีบจอดรถและลงไปถามเพื่อให้ความช่วยเหลือ ผู้ชายบอกว่าพาผู้หญิงซ้อนจักรยานยนต์จะพาไปโรงพยาบาล เพื่อไปทำคลอด แต่ไปไม่ถึงโรงพยาบาลเด็กคลอดออกมาเสียก่อน

ตอนที่ผมลงไปกำลังแจ้งกู้ภัย แต่มีรถของโรงพยาบาลมาพอดี จึงได้โบกให้เขาช่วยเหลือไว้ ผมก็ไม่รู้ว่าใครแจ้งไปหรือเป็นความบังเอิญ แต่ก็เป็นโชคดีของพ่อแม่ลูกครอบครัวนี้ ผมเองอยู่ช่วยโบกรถส่งสัญจรให้รถคันอื่นๆ บริเวณนั้น และเป็นกำลังใจให้ทีมช่วยเหลือ กระทั่งย้ายผู้หญิงขึ้นรถพยาบาลไปได้ ผมคิดว่าเด็กและแม่คงจะปลอดภัยนะครับ”

ภายหลังจากภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นและชื่นชมเป็นอย่างมาก นับเป็นภาพน่าประทับใจที่อาจจะดูเป็นอย่างอื่นได้ในทันที หากไม่ทราบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ชาวเน็ตยังชื่นชมหนุ่มเจ้าของเรื่องราวที่มีน้ำใจลงไปช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้ อีกทั้งยังชื่นชมคุณพ่อที่ไม่ต่างกับทำคลอดให้กับภรรยากลางถนน และยังได้อวยพรขอให้เด็กน้อยและแม่ปลอดภัยเช่นเดียวกัน

จัดงานศพคิดว่าน้องถูกรถชนตาย ปรากฏตัวจริงโผล่ยืนยัน

เมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) ที่วัดประดู่ทรงธรรม ม.4 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา มีการจัดงานศพให้กับผู้เสียชีวิต ปรากฏว่าผู้ที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตกลับโผล่มายืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ ทำให้ทางญาติถึงกับงงไปตามๆ กัน และที่ศาลาธรรมสังเวท ภายในวัดประดู่ทรงธรรม ปิดอยู่ ไม่มีญาติของผู้เสียชีวิตหรือผู้มาร่วมงาน มีเพียง นายประสาน มีสมโรจน์ อายุ 58 ปี สัปเหร่อของวัดนั่งอยู่

จัดงานศพคิดว่าน้องถูกรถชนตาย ปรากฏตัวจริงโผล่ยืนยัน

เมื่อเปิดศาลาพบว่าภายในมีการจัดเครื่องตั้งและหีบศพประดับด้วยดอกไม้อย่างสวยงาม ส่วนผู้เสียชีวิตที่อยู่ภายในโลงเย็นใกล้กันนั้น ระบุว่าเป็น นายกฤษณะ สุขกลิ่น อายุ 44 ปี ทั้งนี้ นายประสาน สัปเหร่อ เปิดเผยว่า นายนตรี พันธุ์ชงค์ อายุ 45 ปี เป็นผู้ติดต่อนำศพของผู้เสียชีวิตมาที่วัดตั้งแต่เมื่อวันที่ 25 ม.ค. โดยระบุในใบมรณะบัตรเป็น นายกฤษณะ สุขกลิ่น น้องชายคนละบิดา ซึ่งถูกรถชนเสียชีวิตบริเวณถนนสายอุทัย-หนองน้ำส้ม หน้า หจก.เอสรีไซเคิล อ.อุทัย เมื่อเวลา 8.30 น.วันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา

ซึ่งตอนที่นำศพมานั้นมีเอกสารใบมรณะบัตรถูกต้อง จึงดำเนินการตามขั้นตอนจนถึงการสวดพระอภิธรรมศพในคืนแรกคือวันที่ 25 ม.ค. จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ตอนสายๆ ได้รับแจ้งจากนายนตรี ว่า จะไม่สวดศพของนายกฤษณะ แล้ว เนื่องจากนายกฤษณะ ยังไม่ได้เสียชีวิต โดยตั้งแต่ทำหน้าที่สับปะเหร่อมา 30 ปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ และตอนนี้ก็ไม่ทราบว่าคนที่อยู่ในโลงเย็นเป็นใคร

ขณะที่ นายนตรี เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่น้องชายไม่ได้เสียชีวิต พอทราบข่าวว่าผู้เสียชีวิตเป็นน้องชาย ก็ตกใจ เนื่องจากมีบัตรประชาชนตกใกล้ที่เกิดเหตุ จึงไปดูศพและเห็นว่ามีลักษณะคล้ายจึงนำมาบำเพ็ญกุศล โดยไม่ได้ตรวจดูอย่างละเอียด จู่ๆญาติที่ จ.นครสวรรค์ โทรศัพท์มาบอกว่า น้องชายไปหาที่ จ.นครสวรรค์ จึงได้พูดคุยกันและตกใจที่ไปรับศพใครมาก็ไม่รู้ และได้จัดเตรียมงานไปหลายวันแล้ว แต่ก็ถือว่าทำศพให้คนตาย จากนั้นจึงไปแจ้งความแล้วมอบให้มูลนิธินำศพกลับไปดำเนินการสืบหาญาติ

ต่อมา นายนตรี พร้อมด้วย นายกฤษณะ ได้เดินทางเข้าพบ ร้อยตำรวร.ต.อ.พิเชษฐ์ อินทสูตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.อุทัย เพื่อลงบันทึกประจำวัน และยืนยันว่านายกฤษณะ ไม่ได้เสียชีวิต ซึ่งทางตำรวจได้รับเรื่องและตรวจสอบเอกสารพร้อมทั้งรายงานผู้บังคับบัญชา

ส่วนการที่มีการเข้าใจผิดว่านายกฤษณะ เสียชีวิตนั้น เกิดจากการที่นายกฤษณะ เดินทางไป จ.นครสวรรค์ โดยขึ้นรถไฟแล้วทำกระเป๋าสตางค์ตกหายเมื่อหลายวันก่อน จากนั้นเกิดเหตุชายไม่ทราบชื่อถูกรถชนเสียชีวิต เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นคนเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่ง และพบบัตรประชาชนของนายกฤษณะ ในกระท่อมริมถนนใกล้ที่เกิดเหตุ จึงทำให้เข้าใจว่าผู้เสียชีวิตคือ นายกฤษณะ ซึ่งต่อมาญาติเดินทางไปรับศพก็ยืนยันว่าเป็นนายกฤษณะ จึงได้นำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลดังกล่าว

หนุ่มวัย 17 ไม่กลับบ้านตรุษจีน หาเงินได้แสนหยวนถึงจะไปพบพ่อแม่

วานนี้ (26 ม.ค.) สื่อประเทศจีนรายงานว่า ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนผู้คนที่ทำงานและอาศัยอยู่ในกรุงปักกิ่งต่างพากันเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อกลับไปฉลองตรุษจีน ต้อนรับปีใหม่กันแทบหมดแล้ว แต่หนุ่มวัย 17 ปี จากมณฑลกานซู่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน กลับยืนกรานว่าจะไม่กลับบ้านตรุษจีนนี้แน่นอน

หนุ่มวัย 17 ไม่กลับบ้านตรุษจีน หาเงินได้แสนหยวนถึงจะไปพบพ่อแม่

ตามรายงานระบุว่า การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว คะแนนสอบของหนุ่มคนนี้ขาดไป 3 คะแนน จึงไม่ได้เข้าเรียน พ่อแม่เลยขอให้เขาไปเรียนพิเศษแล้วเข้าสอบอีกครั้งในปีนี้ แต่เขาปฏิเสธคำขอและความหวังนั้น โดยให้เหตุผลว่า ปัจจุบันการสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ใช่ทางเลือกเดียวแล้ว หลังจบมาก็ใช่ว่าจะมีอนาคตที่สดใสทุกสิ่งอย่าง ตรงกันข้ามการไม่มีวุฒิการศึกษาก็สามารถมีธุรกิจการงาน มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จได้

ถึงแม้ว่าเป็นตายอย่างไรพ่อแม่เขาก็ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลนี้ แต่เขาก็พยายามดิ้นรนเปิดร้านเจียนปิ๋ง (煎饼) หรือเครปแบบจีนตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้วหลังรู้ผลสอบ โดยภายในครึ่งปีเขามีรายได้แล้วมากกว่า 6 หมื่นหยวน

ซึ่งตอนแรกเขาสาบานกับพ่อแม่ไว้ว่าภายใน 1 ปี เขาจะใช้ชีวิตและหาเงินอยู่ในกรุงปักกิ่งให้ได้ 1 แสนหยวน แล้วนำกลับไปวางลงตรงหน้าพ่อแม่ให้ได้ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่านักนักศึกษามหาวิทยาลัยทั่วไป

สาวน้ำตาร่วง เจอบิลข้าวกะเพราไข่ดาว จานละ 150 บาท

สาวน้ำตาร่วง เจอบิลข้าวกะเพราไข่ดาว จานละ 150 บาท

(25 ม.ค.) ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจาก เฟซบุ๊ก สตรีไทย ไซส์ มินิ ซึ่งได้โพสต์ข้อความ ว่า “#งึดใจหลายว่ะมากค่ะ ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินข้าวเลย แต่พอได้กินข้าว น้ำตาร่วงอ่ะคือแบบว่า ราคาคนไทยแล้วใช่มั้ย?

บิลมีค่ะ ตามบิลเลยค่ะ คือจุกมาก กะเพรากุ้งแม่งได้แค่ 3 ตัว น้ำขวดละ 7 ฿ คิด 20 ฿ ตอนแรกก็ว่าจะไม่ประจานแล้ว ทั้งวันอดข้าวมาเพื่อที่จะมากินข้าวมื้อละ 420 นี้นะ พิกัดป่าตอง หน้าโชว์…. เมื่อก่อนก็เคยกิน แต่ไม่ได้ขนาดนี้

ที่จริงก็มีปัญญาจ่ายนะ แต่ว่าขอความคิดเห็นคนอื่นบ้างว่าคุณคิดยังไงกับบิลใบนี้ #ร้านสี….ค่ะ แชร์ค่ะแชร์ คนไทยด้วยกันรึเปล่าไม่เข้าใจ”

อุกอาจ! อาชีวะเมืองปากน้ำ ประกาศศักดาวันสถาปนา ใช้มีดฟัน ปาดคอคู่อริเจ็บสาหัส

เมื่อวันที่ 24 ม.ค.60 ร.ต.ท.ศุภรักษ์ โพธิ์ศรี รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุนักเรียนถูกคู่อริรุมทำร้าย มีผู้ได้รับเจ็บ เหตุเกิดปากซอยทรัพย์บุญชัย 23 ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้ง จึง เดินทางไปตรวจสอบ

อุกอาจ! อาชีวะเมืองปากน้ำ ประกาศศักดาวันสถาปนา ใช้มีดฟัน ปาดคอคู่อริเจ็บสาหัส

ที่เกิดเหตุพบร่างของนายเอ(นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียน ปวช.2 สาขาช่างก่อสร้าง วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ บริเวณศีรษะ มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมเลือดอาบและบริเวณไหล่ขวาและขาขวามีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์ เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนหามส่ง รพ.สมุทรปราการ

นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ถูกหามส่ง รพ.สมุทรปราการ ไปก่อนหน้านี้ มีบาดแผลถูกของมีคมปาดที่บริเวณลำคอบาดเจ็บสาหัส ตรวจสอบบริเวณซอยทรัพย์บุญชัย 19 ยังพบมีดพกยาว 2 นิ้วตกอยู่ 1 เล่ม และบริเวณปากซอน 23 มีท่อนเหล็กแปปยาวประมาณ 50 ซม.ตกอยู่ 1 อัน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบถามนายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักเรียน ชั้น ปวช 1.สถาบันเดียวกันกับผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและเพื่อน รวม 5 คน ได้นั่งรถสองแถว เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก ได้พบกับกลุ่มวัยรุ่น ประมาณ 6-7 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนอาชีวะคู่อริ ได้พากันขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามประกบรถสองแถวมาติดๆ

จนมาถึง บริเวณปากซอยทรัพย์บุญชัย 19 เป็นจังหวะที่รถชะลอความเร็ว กลุ่มคู่อริ จึงได้พากันจอดรถจักรยานยนต์ และถืออาวุธมีดวิ่งเข้ามาทำร้ายพวกตน โดยตนและเพื่อนเห็นท่าไม่ดี จึงได้วิ่งลงจากรถหนีตาย แต่ระหว่างนั้น เพื่อนอีก2คน หนีไม่ทันจึงได้ถูกฟันจนได้รับบาดเจ็บ โดย 1 ในนั้นถูกคู่อริใช้อาวุธมีดปาดที่ลำคอก่อนพากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกไปทางถนนศรีนครินทร์

ทั้งนี้อาการของนักเรียนทั้งสองคน ทราบว่า ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่ากลุ่มนักเรียนที่ก่อเหตุน่าจะพากันตระเวนขี่รถจักรยานยนต์ตามที่ต่างๆ เพื่อประกาศศักดาในวันสถาปนาของสถาบัน ระหว่างทางมาพบกลุ่มคู่อริผ่านมาจึงได้เข้าทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามจะได้เร่งติดตามตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป

มือใหม่หัดขับ! สาวซิ่งป้ายแดงชนแหลก เหยียบเบรกผิดเป็นคันเร่ง

(23 ม.ค.) เมื่อเวลา 21.00 น. พ.ต.ท.นิธิศ ทองดี สารวัตรเวร สถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรีได้รับแจ้งว่า มีเหตุรถเฉี่ยวชนบริเวณทางออกลุมพินี คอนโดทาวน์ ชลบุรี-สุขุมวิท ซอยเพชรสยาม หมู่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จึงรุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุพบรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส สีแดง หมายเลขทะเบียน ข 0884 สมุทรปราการ โดยมี น.ส.วิไลอายุ 26 ปี พนักงานของโรงงานแห่งหนึ่ง ขับพุ่งชนประตูบ้านของนายนิพนธ์ อายุ 57 ปี หมู่ 4 ตำบลบ้านสวน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ทำให้ประตูเลื่อนเสียหายไปทั้งหมด 3 บาน

มือใหม่หัดขับ! สาวซิ่งป้ายแดงชนแหลก เหยียบเบรกผิดเป็นคันเร่ง

นอกจากนี้ยังได้เฉี่ยวชนรถกระบะโตโยต้าไฮลักซ์ วีโก้ หมายเลขทะเบียน ผจ 4402 ชลบุรี รถกระบะอีซูซุ สีแดง หมายเลขทะเบียน ง 1320 ชลบุรี รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า แดง-ดำ หมายเลขทะเบียน จบล 3 ชลบุรี ได้รับความเสียหาย และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน หมายเลขทะเบียน งพง 122 ชลบุรี ซึ่งมีผู้ขับขี่และผู้ซ้อยท้าย 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นกัน ส่วน น.ส.วิไลเจ้าของรถป้ายแดงปฏิเสธจะกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

น.ส.แสงเดือน อายุ 34 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยคอนโดกล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุเหตุ น.ส.วิไลขับรถเก๋งออกมาจากคอนโด ด้วยความรีบร้อนจะออกไปทำงาน ผ่านประตู 1 และชะลอรถรอให้ไม้กั้นเปิดออก ช่วงนั้นคาดว่าจะเหยียบเบรก แต่เหยียบผิดไปเหยียบคันเร่ง ทำให้รถพุ่งตัวออกมาอย่างรวดเร็วชนไม้กั้นและวิ่งออกมานอกถนน ด้วยความตกใจจึงเหยียบคันเร่งส่งอีกทำให้ไปพุ่งชนประตูเลื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามเสียหาย และเฉียวชนรถอีกหลายคันได้รับความเสียหายมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากผู้ขี่รถจักรยานยนต์อีกด้วย

นายนพดล อายุ 34 ปี คนซ้อนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าฟีโน่กล่าวว่า รถเก๋งวิ่งออกมาอย่างรวดเร็วและชนเต็มแรง จนตัวเองลอยไปเลย ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่แขน ส่วนพี่ชายอีกคนได้รับบาดเจ็บที่ขา

นายนิพนธ์ เจ้าของบ้านกล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุอยู่ในบ้านได้ยินเสียรถชนประตูบ้านจึงออกมาดู ประตูเลื่อนเสียหายไปทั้งหมด 3 บาน ความเสียหายประมาณ 30,000 บาท ส่วนสาเหตุครั้งนี้ตำรวจคาดว่า อาจจะมาจากการเหยียบเบรกผิดไปเหยียบคันเร่ง เพราะมือใหม่ ทำให้รถเก๋งพุ่งออกมาอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้รถเฉี่ยวชนหลายคัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน

หนีกระเจิง! ทัวร์ชมจระเข้ถูกกระโจนจู่โจมแบบใกล้ชิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักท่องเที่ยวต้องกรีดร้องดังลั่นหนองน้ำ หลังขึ้นเรือทัวร์ชมธรรมชาติและวิถีชีวิตของจระเข้แบบใกล้ชิด โดยไม่ได้คำนึงถึงสิ่งไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเจ้าจระเข้ที่อาบแดดอยู่บนบกได้กระโจนขึ้นมาบนเรือ ทำให้กลายเป็นภาพสุดชุลมุน

หนีกระเจิง! ทัวร์ชมจระเข้ถูกกระโจนจู่โจมแบบใกล้ชิด

ตามรายงานระบุว่า คลิปดังกล่าวกลายเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียลมีเดีย ภาพนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้ล่องเรือเที่ยวชมธรรมชาติที่รัฐฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา บริเวณพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และเป็นที่อาศัยของจระเข้พันธุ์ท้องถิ่น คลิปถ่ายทอดสดที่โพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tylor Hindery กลายเป็นความสนุกแบบหฤหรรษ์

จากคลิปภาพเผยให้เห็นนักท่องเที่ยวใช้กล้องมือถือ จับภาพที่จระเข้ขนาดปานกลางตัวหนึ่ง มันกำลังนอนอาบแดดอยู่ที่ริมตลิ่ง แต่ก็มีทีท่าระวังภัยเช่นเดียวกัน ระหว่างที่กำลังถ่ายทอดสดในโลกโซเชียลฯ ได้ชมไปพร้อมกับพูดบรรยายไปเรื่อยๆ ปรากฏว่าทัวร์ต้องกระเจิง เพราะเจ้าจระเข้ตัวดังกล่าวได้พุ่งลงมาใส่เรือนักท่องเที่ยว สร้างความแตกตื่นตกใจและมีเสียงกรีดร้อง
สื่อท้องถิ่นได้สัมภาษณ์ผู้ถ่ายคลิปดังกล่าว เปิดเผยว่า เราต่างไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ทุกคนรู้สึกตกใจตื่น และวิ่งไปรวมกันที่ท้ายเรือ ก่อนจะยืนดูเจ้าจระเข้ตัวนั้นพยายามตะกายลงน้ำ โดยที่หลังของมันติดอยู่ช่องราวเหล็กของเรือ แต่มันก็ลอดไปได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้คนเข้ามาชมและแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก บางคนก็ตื่นตากับภาพที่เห็น แต่บางคนก็ตำหนิว่าเป็นการกระทำที่ประมาทเกินไป กรุ๊ปทัวร์ไม่ควรเข้าไปใกล้สัตว์ขนาดนี้ เพราะไม่สามารถคาดเดาได้เลย

งงได้อีก! หนุ่มพัทยาร้องสื่อ โดนใบสั่งข้ามจังหวัด อยู่เมืองชลฯ แต่เจอใบสั่งจากสระบุรี

นายธนโชติ อนุวาร อายุ 38 ปี หนุ่มพัทยานำใบสั่งของศูนย์ควบคุมความเร็วและอำนวยการจราจรตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี เข้าร้องสื่อ โดยตัวเองและรถฮอนด้าซีวิค สีน้ำตาล ทะเบียน วก-4412 กทม. นั้นอยู่เมืองพัทยา แต่ใบสั่งดังกล่าวออกจากศูนย์ควบคุมความเร็วและอำนวยการจราจรตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ลงวันที่ 30 พ.ย. 59 ในข้อหา “ขับรถในอัตราความเร็วเกินกฎหมายกำหนด” เหตุเกิดบริเวณหลัก กม.103-104 ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี

งงได้อีก! หนุ่มพัทยาร้องสื่อ โดนใบสั่งข้ามจังหวัด อยู่เมืองชลฯ แต่เจอใบสั่งจากสระบุรี

ในเบื้องต้นตนเองได้เข้าแจ้งความลงบันทึกไว้ที่ สภ.หนองปรือ พร้อมติดต่อไปที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง ได้รับคำตอบเพียงต้องไปติดต่อที่กรุงเทพ ซึ่งตนเป็นผู้เสียหายและเวลาผ่านมา 2 เดือน ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ซึ่งหวั่นรถที่ทะเบียนเหมือนตนนำรถไปทำเหตุร้ายอาจทำให้ตนเดือนร้อน
นายธนโชติ เล่าว่า ตนตกใจหลังที่ใบสั่งส่งมาถึงบ้านที่ตนอาศัย ซึ่งตนไม่ได้เดินทางบริเวณดังกล่าว ยืนยันได้ว่าตนอยู่ที่พัทยา ซึ่งตนงพยายามประสานไปที่ขนส่งก็ไม่ได้เรื่องอะไร บอกเพียงต้องไปติดต่อที่กรุงเทพ ทั้งๆที่ตนเองเป็นฝ่ายเสียหาย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับรถสวมทะเบียน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเดือนร้อนหากพวกนั้นนำรถสวมทะเบียนไปก่อเหตุ

ส่วนรูปภาพในใบสั่งนั้นเมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นรถยี่ห้อเดียวกันสีเดียวกัน แต่ที่แตกต่างกันคือ ในใบสั่งกันชนรถเป็นสีดำ แต่รถของนายธนโชติเป็นสีเดียวกับรถ นอกจากนั้นบริเวณกระจกด้านซ้ายในใบสั่งมีใบเสียภาษีติดอยู่ข้างบน เเละมีสติ๊กเกอร์อีกอันติดอยู่ แต่รถของนายธนโชติมีเพียงใบเสียภาษี

หนุ่มโคราชสุดช้ำ! เพื่อนชวนกินเหล้าจนเมา ก่อนถูกเชิดเก๋งสุดรักหนีเตลิด

หนุ่มโคราชสุดช้ำ! เพื่อนชวนกินเหล้าจนเมา ก่อนถูกเชิดเก๋งสุดรักหนีเตลิด

วันที่ 20 ม.ค. นายจรัส แถมพลกรัง อายุ 29 ปี ชาวบ้านสันกำแพง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ชี้จุดที่จอดรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีส้ม ทะเบียน กต 1449 นครราชสีมาของตัวเอง หลังจากถูกเพื่อนที่เคยรู้จักกันในเรือนจำ ชวนดื่มเหล้าจนเมา ก่อนแอบขโมยรถหายไปอย่างไร้ร่องรอย

นายจรัส ผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อวานที่ผ่านมา นายพิษณุ วิเศษรัตน์ อายุ 33 ปี ซึ่งเคยรู้จักกันตอนถูกจำคุกในเรือนจำ หลังพ้นโทษออกมาไม่นาน ได้มาหาที่บ้านขอให้ช่วยหางานทำ หลังจากนั้นได้ตั้งวงดื่มเหล้าจนเมามาย ตนเมาจึงขอตัวเข้านอน แต่ตอนประมาณตี 2 นายพิษณุปลุกตนตื่นขึ้นมาเพื่อขอยืมเงิน แต่ตนไม่มีให้ กระทั่งรู้ตัวอีกทีตอนเช้า ปรากฏว่า รถเก๋งคู่ใจถูกเพื่อนขโมยหายไปพร้อมโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง

จึงแจ้งความตำรวจ สภ.วังน้ำเขียว และขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า สามารถจับภาพรถเก๋งของตนเองที่ถูกเพื่อนขโมยได้ เป็นรถเก๋งสีส้มฉูดฉาด จดจำได้ง่าย ขณะขับขี่ตามเส้นทาง 304 ราชสีมา-กบินทร์บุรี หลบหนีไปทางปราจีนบุรี จึงฝากพลเมืองดีหากพบรถคันดังกล่าว หรือผู้ต้องหาตามภาพให้ช่วยแจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามตัวเพื่อนแสบมาดำเนินคดีต่อไป