วงจรปิดมัดตัว 3 โจ๋รุมกระทืบยามสลบ เหตุเบิ้ลเครื่องยนต์ดัง

ภาพวงจรปิดมัดตัว 3 โจ๋ไม่พอใจ รุมกระทืบยามหน้าหมู่บ้านดัง สลบคาฝ่าเท้า เหตุไม่พอใจที่มาเตือนเรื่องเบิ้ลเครื่องยนต์เสียงดัง อีกคนยังหลบหนี

(12 มี.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี น.ส.อัมพกา อายุ 38 ปี อาชีพแม่บ้าน ภรรยาของ นายเจษฎา อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเอื้ออาทรประชานิเวศน์ 3 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย เหตุเกิดที่ด้านหน้าโครงการหมู่บ้านดังกล่าว ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดเหตุการณ์มามอบให้เป็นหลักฐาน

โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ เมื่อเวลา 19.51 น. วันที่ 11 มี.ค. 2560 มีกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คน เดินตรงเข้ามารุมทำร้ายด้วยการชกต่อย จนกระทั่ง รปภ.ล้มลงไปนอนแน่นิ่งหมดสติ แต่ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 ราย ยังไม่หยุด อีกทั้งยังใช้เท้ากระทืบบนใบหน้า

จากนั้นหนึ่งในคนร้ายได้เดินไปคว้าเก้าอี้พลาสติกมาฟาดเข้าที่ใบหน้า จนทำให้ผู้บาดเจ็บมีอาการชักและมีพลเมืองดีเข้ามาห้ามเอาไว้ แต่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็ยังคงถืออาวุธมีดอีโต้ที่ได้จากร้านค้าในบริเวณใกล้เคียงเดินวนไป-มารอบๆ ที่เกิดเหตุอยู่

ต่อมาในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชายมีรูปพรรณตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจเข้าจับกุมและนำตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย นำตัวส่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ คือ นายณัฐวุฒิ หรือ ป็อก อายุ 20 ปี และ นายศรัณย์ หรือ ปอนด์ อายุ 20 ปี

ส่วนคนร้ายอีก 1 รายอยู่ระหว่างหลบหนี ทราบชื่อคือ นายวิษณุ หรือ ต่อ อายุ 28 ปี อาศัยช่วงชุลมุนขับรถยนต์เก๋งไม่ทราบรุ่นและทะเบียนหลบหนีไป มุ่งหน้าถนนงามวงศ์วาน ส่วนผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเพื่อรับการรักษา ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว

จากการสอบสวน รปภ.ที่เข้าเวรยามในขณะเกิดเหตุ ทราบว่าสาเหตุที่เกิดจาก นายต่อ ผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนี ได้ขับรถยนต์ไม่ทราบรุ่นและทะเบียนเข้ามาจอดรถอยู่ใกล้ๆ บริเวณป้อมยามหน้าหมู่บ้านแล้วได้ทำการเบิ้ลเครื่องยนต์ส่งเสียงดัง

ต่อมาผู้ได้รับบาดเจ็บจึงเดินไปบอกให้หยุดเบิ้ลเครื่องยนต์ แต่นายต่อกลับไม่พอใจเดินไปตามพวกอีก 2 คน ที่อาศัยอยู่ในโครงการหมู่บ้านเอื้ออาทร จากนั้นทั้ง 3 คนได้วิ่งเข้ามารุมทำร้ายตามภาพที่เห็นจากกล้องวงจรปิด ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนสัญจรผ่านไป-มาเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 รายโดยตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันทำร้ายผู้อื่นทำให้ได้รับอันตราย ส่วนผู้ก่อเหตุอีกรายที่หลบหนีขณะนี่ทราบตัวแล้วอยู่ระหว่างติดตามตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ว่ายน้ำตั้งเป้าเหรียญทองมากกว่าเดิม

นับเป็นเวลาล่วงมากว่า 10 ปีแล้ว ที่ทัพว่ายน้ำไทยสูญเสียความเป็นเจ้าสระในกีฬาซีเกมส์ให้กับประเทศคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า เหตุมาจากว่าขาดการปั้นดาวรุ่งขึ้นมาทดแทนนักกีฬารุ่นพี่ ทำให้ช่องว่างระหว่างนักกีฬาเก่ากับสายเลือดใหม่มีความห่างจนตามกันไม่ทัน

ในซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ซึ่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นเจ้าภาพ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งที่ทีมว่ายน้ำไทยประสบกับความตกต่ำที่สุดแล้ว เมื่อคว้าเหรียญทองได้เพียงแค่ 2 เหรียญจาก ”เงือกอุ้ม” ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง และ ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ เท่านั้น
กระทั่งนักกีฬาที่ได้ชื่อว่าฟิตที่สุดอย่าง ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง ยังทำได้เท่านี้ ทำให้หลายฝ่ายจ้องมองอย่างคลางแคลงว่า นักว่ายน้ำของไทยที่เก่งๆ สูญพันธุ์ไปหมดสิ้นแล้วหรือ?
หากจะตอบว่า ”ใช่” ก็จะเป็นการทำร้ายจิตใจกันจนเกินไป เนื่องจากบรรดาดาวรุ่งที่ฝีมือดีและกำลังจะก้าวขึ้นมาสู่ทำเนียบทีมชาติชุดใหญ่ หลายคนต่างก็โชว์ผลงานในการแข่งขันระดับเยาวชนให้ได้ชื่นใจกันเช่น ในรายการ ”ซีเอจกรุ๊ป” ที่ยังอุตส่าห์มีคนค่อนขอดว่าเป็นเหมือนกีฬาสีของเด็กในอาเซียนเท่านั้น
ถ้าไม่สนใจกับคำค่อนขอดนั้นแล้ว หันกลับไปมองสถิติที่เด็กไทยทำเอาไว้ พร้อมกับครองความเป็นแชมป์เจ้าสระซีเอจมากว่า 5 สมัยติดต่อกัน เอาชนะทีมสิงคโปร์ได้อย่างราบคาบก็ถือได้ว่า วัฏจักรแห่งความสำเร็จกำลังจะวนกลับมาอยู่ที่ทีมว่ายน้ำไทยอีกครั้ง เพียงแต่ว่าสมาคมว่ายน้ำฯ จะบริหารจัดการอย่างไรให้พัฒนาการของนักกีฬาไทยไม่สะดุดหยุดลงระหว่างทางเหมือนที่ผ่านมา
ความหวังของทีมไทยในชุดนี้ แน่นอนว่าตกอยู่ที่ ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ และ ณัชฐานันตร์ จันทร์กระจ่าง เนื่องจากเป็นนักกีฬาที่มีผลงานดีที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะในรายการล่าสุดอย่าง ”ฮ่องกง โอเพ่น” ที่สามารถสร้างสถิติประเทศไทยขึ้นมาใหม่ได้
ส่วนดาวรุ่งอย่าง เบญจพร ศรีพนมธร, สาริศ ธิวงศ์, เจนจิรา ศรีสอาด, ชะวัลนุช สลับลึก และ เพียงขวัญ ปะวะโพตะโก ถึงแม้ว่าผลงานในช่วงหลังจะชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเหตุที่ว่าซีเกมส์เป็นการแข่งขันแบบโอเพ่น ไม่ใช่ประเภทจำกัดอายุ ดังนั้นครั้งนี้หากจะหวังถึงเหรียญทองคงจะเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกันเหนื่อย แต่ในอีก 2 ปีข้างหน้าจับตาดูนักกีฬากลุ่มนี้ไว้ให้ดี เพราะนี่คือขุมกำลังสำคัญของวงการว่ายน้ำไทย
ดังนั้นดังที่ ”โค้ชตึก” ธนาวิชญ์ โถสกุล พ่อบ้านสมาคมว่ายน้ำฯ ได้กล่าวไว้ว่า ขอเพียงให้ได้เหรียญทองมากกว่าซีเกมส์ครั้งที่แล้วซึ่งมีเพียง 2 เหรียญเท่านั้น โดยครั้งนี้ยังมองไปที่ประเภททีมผลัดหญิงมากกว่าที่จะเป็นประเภทบุคคล
หันมาดูที่กีฬากระโดดน้ำกันบ้าง ทีมชุดนี้เหลือตัวเก๋าอย่าง สุชาติ พิชิ เพียงคนเดียว ส่วน สุขฤทัย ธรรมโอรส นั้น เลิกรับใช้ทีมชาติไปแล้ว เนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรัง คงเหลือให้ ”เจ้าชาติ” ต้องประคองรุ่นน้องฝ่าด่านอรหันต์ไปให้ได้ ที่น่าจะมีลุ้นที่สุดก็คงจะเป็นสุชาติเอง ส่วนจะถึงเหรียญทองหรือไม่ คำตอบคือ ค่อนข้างจะยาก เนื่องจากอายุที่มากขึ้นของเจ้าตัว บวกกับในเมืองไทยไม่มีรายการแข่งขันกระโดดน้ำให้นักกีฬาได้ลงแข่งขันเพื่อทดสอบตัวเอง เมื่อไม่มีแมตช์ให้ลงแข่งนักกีฬาก็ไม่รู้ว่าจะซ้อมไปทำไม เมื่อไม่ได้ซ้อมอย่างต่อเนื่อง พัฒนาการต่างๆ ก็หดหายไปเป็นเรื่องธรรมดา โอกาสของ ”เจ้าชาติ” ที่จะซิวเหรียญทองได้บอกได้เลยว่า ”เหนื่อย” ส่วนเด็กใหม่ก็ล้วนแต่เป็นน้องใหม่หัดโดดกันเกือบทั้งสิ้น เรื่องจะได้เหรียญอาจต้องเก็บไว้เป็นความฝันกันต่อไป ถ้าหากยังไม่ให้ความสำคัญกับกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจังเสียที
กับโปโลน้ำ ที่เป็นสายเลือดใหม่ อาจจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้ได้บ้าง เพราะนอกจากกีฬาว่ายน้ำแล้ว โปโลน้ำ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่พยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา แม้ว่างบประมาณจะน้อย นักกีฬามีให้เลือกไม่มาก แมตช์ในประเทศไม่ต้องพูดถึง แข่งกันปีละครั้งสองครั้ง มีอยู่ไม่กี่ทีม โอกาสที่จะพัฒนาฝีมือให้ก้าวไปไกลในระดับนานาชาติก็ค่อนข้างจะยาก ถ้าหากซีเกมส์ครั้งนี้มีเหรียญห้อยคอกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเหรียญอะไรก็ถือว่า ”หล่อ” แล้ว
ระบำใต้น้ำของไทย ที่อาจจะมีคนรู้จักอยู่ในวงแคบๆ (ต้องย้ำว่าแคบมาก) โอกาสที่จะเบียดคู่ต่อสู่อย่างมาเลเซีย, สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ขึ้นแป้นรับเหรียญนั้นค่อนข้างจะสาหัสสากรรจ์อยู่ แม้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาชนิดนี้จะพยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนหาทางส่งทีมออกไปแข่งยังต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง เพื่อยกระดับของทีมให้ก้าวหน้าขึ้น แต่กับความสำเร็จในเวทีนี้อาจจะเป็นเรื่องที่ยากอยู่สักหน่อย
มากกว่า 2 เหรียญทองของทีมว่ายน้ำไทยในครั้งนี้ อาจจะมีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามอย่าลืมส่งใจไปเชียร์ฉลามหนุ่มและเงือกสาวของเราให้กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ได้เสียที
อย่าให้ถึงกับตั้งคำถามว่า ระหว่างทีมบอลไทยจะได้ไปเตะฟุตบอลโลก กับ ทีมว่ายน้ำไทยเป็นเจ้าสระซีเกมส์ อย่างไหนจะมาถึงก่อนกัน

ตามคาด! “บากาโยโก้” เตรียมซบ “สิงห์บลูส์” หลังปัดเข้ารัง “ปืนใหญ่”

มีรายงานว่า มิดฟิลด์ของ โมนาโก อย่าง ติมูเอ บากาโยโก้ ได้ตัดสินใจที่จะย้ายเข้าร่วมทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก อย่าง เชลซี แล้ว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะมีข่าวที่นักเตะเองได้ทำการพูดคุยกับ อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม

นักเตะวัย 22 ปี ได้อยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมมากๆกับลีกเอิงฤดูกาลนี้ ซึ่งก็มียักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายๆทีมกำลังให้ความสนใจจะนำกองกลางรายนี้ไปร่วมทีมด้วยเช่นกัน

สื่ออ้างว่า สิงห์บลูส์ นั้น ได้บรรลุข้อตกลงกับสโมสรต้นสังกัดของ บากาโยโก้ ในการคว้าตัวไปเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในราคา 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,510 ล้านบาท) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีบางกระแสนั้นอ้างว่า ปืนใหญ่ ยังเป็นตัวเต็งที่จะคว้ามิดฟิลด์แดนน้ำหอมไปร่วมทีม

กุนซือปืนใหญ่นั้นได้เข้าพูดคุยกับนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส ยู-21 รายนี้ที่โรงแรมในกรุงปารีส เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ว่าก็พลาดได้ตัวมาร่วมทีมตอนตลาดซื้อขายกลางฤดูกาลนั่นเอง ตามรายงานของ ฟร้องซ์ ฟุตบอล
อาร์เซน่อล นั้นค่อนข้างรู้สึกผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของสองกองกลางตัวหลักอย่าง ฟร็องซิส กอโกแล็ง และ กรานิต ชาก้า ฤดูกาลนี้ ซึ่ง เวนเกอร์ เองก็หวังว่าจะได้ บากาโยโก้ เข้ามาทำหน้าที่ในแดนกลางแทนทั้งคู่ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว

เชลซี น่าจะเป็นผู้ที่คว้าลายเซ็นของนักเตะฝรั่งเศสรายนี้ไปครองมากกว่าที่จะเป็น อาร์เซน่อล หากพูดกันตามผลงานและฟอร์มการเล่นของทีมตอนนี้ ที่อาจจะดึงดูดผู้เล่นคนอื่นๆเข้ามาร่วมทีมได้มากกว่านั่นเอง ซึ่ง อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ต้องการนำมิดฟิลด์รายนี้มาร่วมเล่นกับ เอ็นโกโล ก็องเต้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในแดนกลาง

จีนแถลงผลปราบปรามสื่อลามกอนาจาร-การพนัน

เซี่ยงไฮ้ 22 ธ.ค.- สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานวานนี้ว่า จีนควบคุมตัวประชาชนกว่า 30,000 คนระหว่างการปราบปรามสื่อลามกอนาจารและการพนันเป็นเวลา 2 เดือน

ซินหัวรายงานอ้างสำนักงานความมั่นคงสาธารณะมณฑลกวางตุ้งว่า ตำรวจในมณฑลกวางตุ้งจับกุมประชาชน 3,014 คนและควบคุมตัวเอาไว้กว่า 8,000 คน นับจนถึงวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา และตำรวจในเมืองหุยโจวได้กวาดล้างเครือข่ายการพนันนออนไลน์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินจำนวน 30 ล้านหยวน (ราว 159 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

การพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมายในจีนแผ่นดินใหญ่นับตั้งแต่ปี 2492 แต่ยังรัฐยังดำเนินการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล จีนเริ่มโครงการรณรงค์ต่อต้านสื่อลามกอนาจารในเดือนเมษายน โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามสื่อลามกอนาจารบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีขึ้นพร้อมกับการควบคุมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ตด้วย -สำนักข่าวไทย

ทหาร ตำรวจ บุกทลายบ่อนออนไลน์ กลางกรุง รวบ 19 นักพนัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกทลายบ่อนออนไลน์ อยู่ในอาคารหลังห้างพาต้าปิ่นเกล้า จับกุมนักพนันได้ 19 ราย พร้อมอุปกรณ์การพนัน

วันที่ 16 มี.ค. 60 เมื่อเวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร รวม 30 นาย เข้าตรวจสอบอาคารไม่มีเลขที่ กลางซอยจรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบเล่นการพนัน

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเป็นอาคารสูงชั้นเดียว ตั้งอยู่ด้านหลังห้างสรรพสินค้าพาต้าปิ่นเกล้า เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังบุกเข้าไปพบนักพนันจำนวนหนึ่งกำลังสุมหัวกันเล่นพนันออนไลน์ตามโต๊ะคอมพิวเตอร์ จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม เบื้องต้นสามารถจับกุมได้ทั้งสิ้น รวม 19 คน แบ่งเป็นชาย 13 คน และ หญิง 6 คน ตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะได้ จำนวน 17 ชุด นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินการตามกฎหมาย
ชุดจับกุมได้แจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนันออนไลน์ พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต แก่ผู้ต้องหาทั้ง 19 คน ก่อนคุมตัวส่งศาลในวันพรุ่งนี้

จากการสอบถามนักพนันทั้งหมด มี น.ส.อวยพร โสดา หนึ่งในผู้ต้องหา ยอมรับว่าเป็นเจ้ามือ โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทำการบุกเข้าจับกุมนั้น ทุกคนกำลังเล่นพนันออนไลน์กันอยู่โดยยังไม่มีการรวบรวมแต้มได้เสียไปจ่ายเงินหรือรับเงินจากเจ้ามือแต่อย่างใด ซึ่งตำรวจจะขยายผลต่อไปว่าผู้ใดเป็นเจ้าของบ่อนเพื่อตามหาตัวมาดำเนินคดีด้วยเช่นกัน

อัพความเฮลตี้ไม่มีตก ด้วย 6 อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ

สำหรับสาวๆ ที่อยู่ในสายของการดูแลสุขภาพร่างกายเป็นประจำอยู่แล้ว คงจะให้ความสำคัญในเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารเสริม เพราะร่างกายของคนเราไม่สามารถรับประโยชน์จากอาหารที่กินเข้าไปได้อย่างเพียงพอ ดังนั้นเหล่าบรรดาอาหารเสริมอย่างพวกวิตามินต่างๆ จึงค่อนข้างมีบทบาทต่อการดูแลรักษาสุขภาพได้เป็นอย่างดี สาวๆ คนไหนที่รักสุขภาพ วันนี้เรานำเหล่าอาหารเสริมที่จำเป็นต่อการดูแลสุขภาพร่างกายมาฝากกันแล้วค่ะ

1.ไบโอติน

อาหารเสริมอย่างไบโอติน มีส่วนช่วยในการดูแลและบำรุงเส้นผมของสาวๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะจะช่วยแก้ปัญหาผมขาดร่วงและผมบางสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องเส้นผมและหนังศีรษะ ในขณะเดียวกัน ยังสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวและเล็บได้อีกเช่นกัน ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยในเรื่องของระบบเผาผลาญภายในร่างกาย ระบบย่อยอาหาร การทำงานของเส้นประสาท และการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดได้อีกด้วย

2.โพรไบโอติค

สำหรับอาหารเสริมชนิดนี้จะช่วยรักษาปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบทางเดินอาหาร ช่วยในการป้องกันการติดเชื้อในช่องคลอดและทางเดินปัสสาวะในผู้หญิง ที่สำคัญโพรไบโอติคยังเป็นสารอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นในเด็กได้เป็นอย่างดี

3.แมกนีเซียม

แมกนีเซียมเป็นสารอาหารที่ช่วยดูแลสุขภาพของหัวใจ ช่วยลดอาการไมเกรนได้ นอกจากนี้ ยังช่วยบำรุงกระดูก ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องรุนแรงก่อนมีประจำเดือน ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งบางชนิด ช่วยต่อสู้กับความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นในร่างกายของคนเราได้อีกด้วย
4.วิตามินบี 12

สารอาหารชนิดนี้มีความจำเป็นต่อการทำงานและการพัฒนาของสมอง เส้นประสาท เซลล์เม็ดเลือด รวมถึงส่วนอื่นๆ ภายในร่างกาย เพราะส่วนต่างๆ ในร่างกายนั้นล้วนต้องใช้วิตามินบี 12 เป็นตัวช่วยในการพัฒนา ดังนั้นจึงไม่เป็นที่แปลกใจว่าทำไมร่างกายของคนเราไม่สามารถขาดสารอาหารชนิดนี้ได้

5.วิตามินดี

สำหรับสารอาหารอย่างวิตามินดี จัดเป็นสารอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ดังนั้นสำหรับสาวๆ ที่กำลังมุ่งมั่นในการรักษาหุ่นและต้องการลดน้ำหนักให้ได้ผลสำเร็จ พลาดวิตามินดีไมได้เด็ดขาด

6.แคลเซียม

สารอาหารชนิดนี้มีส่วนช่วยในการสร้างและช่วยรักษาความแข็งแรงของกระดูก อีกทั้งยังช่วยปรับความสมดุลให้กับระบบการทำงานของหัวใจ กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทได้อีกเช่นกัน

หลังจากที่สาวๆ ทราบกันไปเรียบร้อยแล้วว่าอาหารเสริมหรือสารอาหารชนิดใดบ้างที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพร่างกาย ต่อไปนี้ก็ควรหันมาดูแลสุขภาพร่างกายด้วยการทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และควรบริโภคสารอาหารที่เราได้บอกกันในวันนี้กันด้วยนะคะ เพื่อที่จะช่วยให้คุณเป็นสาวสายสุขภาพได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเองค่ะ

ระวัง! แอร์รถยนต์สกปรก ราขึ้นรถ สาเหตุสุขภาพพัง

เคยเข้าไปนั่งในรถตัวเอง หรือรถเพื่อน แล้วรู้สึกอากาศอับๆ ชื้นๆ หรืออาจจะฝุ่นเยอะจนทั้งจามทั้งไอตั้งแต่ก้าวแรกที่ขึ้นรถกันบ้างไหมคะ อากาศบ้านเราก็ทั้งร้อนทั้งชื้น ทั้งเชื้อรา ทั้งแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ง่ายมากๆ ยิ่งช่องแอร์ถ้าไม่ได้รับการทำความสะอาดบ้าง ลมปะทะหน้าครั้งแรกที่เปิดแอร์นี่เต็มไปด้วยเชื้อราชัดๆ จะไม่ให้ป่วยได้ยังไงไหว ทางการแพทย์เขาเรียกว่า “Sick Car Syndrome” ค่ะ

อาการป่วยจากเชื้อรา แบคทีเรีย และฝุ่นต่างๆ ในรถยนต์

– ไอ

– จาม

– หายใจลำบาก

– ระคายเคืองตา และจมูก จนน้ำมูกน้ำตาไหล

– ง่วงซึม

– แน่นหน้าอก

– ระบบทางเดินหายใจผิดปกติ

– ภูมิแพ้

สเปรย์ฉีดดับกลิ่น น้ำยาดับกลิ่นในรถ ช่วยได้หรือไม่?
หากเป็นสูตรกำจัดแบคทีเรียก็ช่วยได้เพียงระยะหนึ่ง แต่เมื่อฤทธิ์ หรือกลิ่นของน้ำยาหมด แบคทีเรียและเชื้อราก็จะกลับมาอีกอยู่ดี แต่หากเป็นสูตรปรับกลิ่นเฉยๆ ก็ไม่สามารถฆ่าแบคทีเรีย หรือเชื้อราได้

วิธีกำจัดฝุ่น เชื้อราในรถยนต์ สาเหตุของโรคภูมิแพ้

1. หาสาเหตุของกลิ่นอับ หากเปิดประตูเข้าไปแล้วมีกลิ่นเลย กลิ่นอาจจะมาจากที่นั่ง หากมีกลิ่นตอนเปิดแอร์ กลิ่นอาจมาจากแอร์ เป็นต้น เมื่อหาสาเหตุได้แล้วก็จัดการทำความสะอาดซะ

2. หมั่นดูดฝุ่นเบาะนั่งเป็นประจำ โดยเฉพาะเบาะผ้า อย่าลืมดูดฝุ่นพรมที่เท้าด้วย

3. หากมีน้ำ หรือเครื่องดื่มต่างๆ เคยหกใส่เบาะ หรือที่วางเท้า รีบทำความสะอาด และจัดการให้แห้ง

4. อย่าฉีดสเปรย์ น้ำหอม หรือสารเคมีต่างๆ มากจนเกินไป แทนที่จะให้ผลดี กลับให้ผลที่แย่กว่าเดิม

5. หากยังมีเชื้อรา หรือกลิ่นอับชื้นที่แก้ไขเองไม่ได้ ให้รีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

รถยนต์สำหรับบางคนแทบจะเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองหรือสาม (รองจากออฟฟิศ) เพราะฉะนั้นเราก็ควรดูแล ทำความสะอาด และรักษาสภาพรถให้สะอาด และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดี และความปลอดภัยของเราค่ะ

กระชับความสัมพันธ์! “ไทย-ญี่ปุ่น” ลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศ

วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 13.00 น. ณ JFA House จังหวัดโตเกียว สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมกับ สมาคมฟุตบอลประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงร่วมกันสนับสนุนและผลักดันความสำเร็จในกีฬาฟุตบอลของทั้งสองประเทศ

การลงนามครั้งนี้ได้ประกอบไปด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย, คุณ วิทยา เลาหกุล อุปนายกฯฝ่ายพัฒนาเทคนิค, คุณ พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ และ ทาชิมะ โคโซ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศญี่ปุ่น

ทาชิมะ โคโซ นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “ณ ตอนนี้มีนักเตะญี่ปุ่นกว่า 70 คน ที่ไปค้าแข้งในประเทศไทย ขอขอบคุณทั้งสโมสรและแฟนบอลไทย ที่ต้อนรับและดูแลนักฟุตบอลญี่ปุ่นอย่างดีและอบอุ่น สำหรับปีนี้ มีนักไทยเข้ามาเล่นที่ คาโงชิม่า และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่จะไปเล่นกับ คอนซาโดเล ซัปโปโร เราก็หวังอย่างยิ่งว่าจะมีนักฟุตบอลไทยเข้ามาเล่นในญี่ปุ่นอีก สำหรับวันนี้ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ลงนาม MOU ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น”
“เราพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีหลายๆด้าน เพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลระหว่างประเทศในทุกๆด้าน สาเหตุที่เราตัดสินใจสร้างความสัมพันธ์กันครั้งนี้ เพราะท่าน สมยศ คนนี้ ซึ่งมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและอบอุ่น รวมถึงมีทัศนคติที่ดีในการพัฒนาประเทศ และเป็นคนที่ผมนับถือมาก สุดท้ายคืนนี้มีการแข่งขันที่สำคัญมาก ไทยเป็นทีมเดียวจากอาเซียนที่เข้ามาถึงรอบนี้ หวังว่าการแข่งขันวันนี้จะสนุกและยุติธรรม ขอบคุณมากครับ”

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ผมต้องขอขอบคุณสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น สำหรับการต้อนรับที่แสนจะอบอุ่น และเต็มไปด้วยมิตรภาพที่ดีต่อพวกเรา เป็นที่ทราบกันดีสำหรับประชาชนชาวญี่ปุ่น และประชาชนชาวไทย ว่าทั้งสองประเทศที่ความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีต่อกันกว่า 130 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชวงศ์ของไทยและญี่ปุ่น มีความสัมพันธ์ที่ดีและลึกซึ้งต่อกันมาอย่างยาวนาน ทั้งสองประเทศช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวไทยต่างซาบซึ้งกับจักพรรดิ์ของประเทศญี่ปุ่น ที่เดินทางไปเคารพพระบรมศพของในหลวง รัชกาลที่ 9 เมื่อเร็วๆนี้”

“สิ่งที่ผมได้กล่าวมนี้ ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พี่น้องชาวไทยมีความรู้สึกอย่างไรต่อประเทศญี่ปุ่น นับตั้งแต่ผมได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฟุตบอล ผมได้พยายามเรียนรู้และมองประเทศญี่ปุ่นเป็นแบบอย่างในการพัฒนากีฬาฟุตบอล เพราะทราบดีว่ากีฬาฟุตบอลที่ทางสมาคมฟุตบอลประเทศญี่ปุ่นได้พัฒนามาอย่างยาวนาน 20 ปี และวันนี้ สิ่งที่คนญี่ปุ่นอดทนรอคอยมาอย่างยาวนานนาน แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นทีมอันดับ 1 ของเอเชีย สามารถผลิตนักกีฬาไปเล่นในยุโรปและอเมริกาได้เป็นจำนวนมาก ผมจึงยึดญี่ปุ่นเป็นแบบอย่าง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า วันหนึ่งทีมชาติไทยจะมายืนอยู่แถวหน้าแบบทีมชาติญี่ปุ่นได้”
“เมื่อเราอยากประสบความสำเร็จเหมือนทีมชาติญี่ปุ่น และใช้พวกเขาเป็นแบบอย่าง มันจึงขาดการได้รับการสนับสนุนจากสมาคมญี่ปุ่นได้ หลังจากหนึ่งปีผ่านไป ภายใต้ความสัมพันธ์ที่ดี และเป็นชาวเอเชียด้วยกัน ทำให้เราเรียนรู้กัน และผูกไมตรีต่อกันได้อย่างรวดเร็ว และผมก็ได้รู้มาว่าทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทางนายกสมาคมของญี่ปุ่น ก็ให้การสนับสนุนประเทศไทยมาโดยตลอด ต้องขอขอบคุณท่านไว้ในโอกาสนี้ด้วยครับ”

“ในอดีตที่ผ่านมา มีความช่วยเหลือและแลกเปลี่ยนระหว่างสโมสร ทั้งสุพรรณบุรี, ชลบุรี และบางกอกกล๊าส รวมถึงล่าสุดคือ เอฟซี โตเกียว ที่ลงนามความร่วมมือกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ผมได้ไปร่วมงานด้วย สำหรับวันนี้นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ของวงการกีฬาฟุตบอลระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกัน ผมเชื่อว่าภายใต้ข้อตกลงในวันนี้ จะนำไปสู่การพัฒนากีฬาฟุตบอลของประเทศไทยและญี่ปุ่นได้อย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางสมาคมฟุตบอลญีปุ่นจะให้ความสนับสนุนในทุกๆด้านอย่างดี”

รายละเอียดและข้อตกลงใน MoU ระหว่างสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยและญี่ปุ่นนั้น ประกอบไปด้วย

1. การดำเนินงานของลีก
– ดำเนินการตาม MOU ระหว่าง ไทยลีก และ เจลีก ซึ่งจะถูกเซ็นบันทึกข้อตกลงไว้อีกหนึ่งฉบับ

2. พัฒนาทีมชาติ
– สนับสนุนและแลกเปลี่ยนความรู้ในการบริหารจัดการของทีมชาติ
– ให้ความช่วยเหลือในด้านเทคนิค, โลจิสติกส์, สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เวลาที่ทีมชาติของทั้งสองประเทศ (ฟุตบอลชาย, ฟุตบอลหญิง, ฟุตซอล และฟุตบอลชายหาด) เดินทางมาซ้อมหรือเก็บตัวในประเทศนั้นๆ

3. แลกเปลี่ยนความรู้และความเชี่ยวชาญดังต่อไปนี้
– การอบรมโค้ช/ผู้ฝึกสอน
– การพัฒนาระบบเยาวชน
– โปรเจ็คสำหรับระดับรากหญ้า
– การจัดการการแข่งขัน
– การตลาด
– การพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างขององกรณ์
– การจัดการและการดำเนินการของสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับเกมฟุตบอล

4. การพัฒนาและการแลกเปลี่ยนในส่วนของผู้ตัดสิน

5. ศึกษาโปรเจ็คแลกเปลี่ยนในด้านเทคนิคต่างๆ, บุคลากรและการจัดการเจ้าหน้าที่ รวมถึงสโมสรพาร์ทเนอร์จากทั้งสองประเทศ

“วาฮิด” พอใจซามูไรเก็บสามแต้ม, ชี้แข้งไทยทำให้ต้องเจองานยาก

วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช กุนซือชาวบอสเนีย ของ “ทัพซามูไร” ทีมชาติญี่ปุ่น ออกมาให้สัมภาษณ์หลังเกมที่ลูกทีมเปิดบ้านไล่ถล่ม “แข้งช้างศึก” ทีมชาติไทย 4-0 ในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสาม กลุ่มบี เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา

“ก่อนอื่นผมต้องขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นของเรา ที่สามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งสองนัด ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก เราชนะ แม้มันไม่ใช่เกมที่ง่าย เราต้องเล่นอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ แน่นอนคู่แข่งอย่าง ทีมชาติไทย ทำให้เราต้องพบปัญหาเกือบตลอดทั้งเกม พวกเขาสู้ไม่มีถอย”

“เกมนี้เราทำได้ถึง 4 ประตู มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ซึ่งผลต่างประตูได้-เสีย ถือเป็นสิ่งสำคัญ อย่างไรก็ตามเรายังมีการแข่งขันเหลืออีก 3 เกม และเราอยู่ในอันดับดีที่มีสิทธิ์จะผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย เราต้องขอขอบคุณแฟนๆ เพราะพวกเขาคือผู้เล่นคนที่ 12 ในค่ำคืนนี้”

โดยสถานการณ์ปัจจุบัน “แข้งซามูไรบลู” ทีมชาติญี่ปุ่น ผงาดนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มบี ได้สำเร็จ หลังแข่งไป 7 นัด มี 16 คะแนน จากการเก็บชัยเพิ่มเป็น 5 นัด ขณะที่ ทีมชาติไทย อยู่ในอันดับสุดท้าย เก็บได้เพียง 1 คะแนน

ทหารบุกทลายบ่อนพนันใหญ่ กลางเมืองนครพนม ยึดอุปกรณ์เพียบเงินสดครึ่งล้าน

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 18 กันยายน พล.ต.อดุลย์ วชิรเพชรปราณี รองผู้อำนวยการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.นครพนม (กอ.รมน.) พร้อมด้วย พ.ท.วิชิต สุภา รองหัวหน้ากลุ่มงานข่าว กอ.รมน. พ.ต.อ.อุกกฤษฎ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม

ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำกำลังวางแผนบุกเข้าตรวจสอบจับกุมบ่อนการพนันแหล่งใหญ่กลางเมืองนครพนม ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีการลักลอบเปิดเล่นการพนันเย้ยกฎหมาย ไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่บ้านเมือง สร้างปัญหาสังคม เป็นแหล่งมั่วสุมอบายมุข ภายในบ้านเลขที่ 270 ถนนธำรงค์ประสิทธิ์ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม อ.เมือง จ.นครพนม

โดยจากการตรวจสอบพบเป็นอาคารแบบชั้นเดียว ด้านหน้ามีป้ายชื่อ สมาคมชลประทานราษฎร์ เดิมเคยเปิดเป็นที่เล่นสนุกเกอร์ ภายหลังมีการปิด และถูกปรับเปลี่ยนเป็นบ่อนการพนัน ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในพบ มีเซียนพนันจำนวนมากถึง 17 ราย กำลังลุ้นเชียร์มวยตู้ กันอย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังตรวจสอบหลักฐาน อุปกรณ์การเล่นมวยตู้ ที่มีการติดตั้งระบบแทงพนันด้วยโทรศัพท์มือถือ จำนวนมากว่า 40 เครื่อง รวมถึงโพยรายการมวย อัตราต่อรอง จำนวนหลายรายการ ไปจนถึงอุปกรณ์การเล่นไฮโล ไพ่ จำนวนหลายชุด ที่สำคัญยังพบเงินสดของกลางที่เชื่อว่าเป็นเงินที่ใช้ในการแทงพนัน รวม 431,580 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด รวมถึงเซียนพนัน จำนวน 17 ราย ควบคุมตัวไปสอบสวน ตรวจสอบรายละเอียดที่สำนักงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จ.นครพนม เพื่อขยายผลติดตามหาเจ้าของ รวมถึงนายทุนที่ดูแล มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเอกสารหลักฐาน ของเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า จะมีการลักลอบเปิดเล่นการพนันทุกรูปแบบครบวงจร เพื่อรองรับลูกค้าในพื้นที่ และถือว่าเป็นบ่อนการพนันขนาดใหญ่ครบวงจร ที่มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่าวันละล้านบาท ซึ่งจากหลักฐานเงินสดที่ตรวจยึดได้ยังมีมากกว่า 4 แสนบาท โดยจะได้เร่งสอบสวนขยายผลไปถึงนายทุนผู้ดูแล มาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะถือว่าเป็นการเปิดบ่อนการพนันเย้ยกฎหมายเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เชื่อว่าจะต้องลักลอบเปิดมานานพอสมควร และอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงคนมีสีเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงอาจมีการดูแลจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่บางกลุ่ม และจะได้ทำการตรวจสอบขยายผล ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ต้องหาเซียนพนันทั้ง 17 ราย ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นคนดูแลภายในบ่อน อ้างว่า ไม่รู้ถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเจ้าของบ่อนพนันดังกล่าว เพียงแต่ได้รับการชักชวนจากเพื่อนในกลุ่มมาเล่นพนันเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ในข้อหา ลักลอบเล่นพนันมวยตู้เพื่อเอาทรัพย์สิน ซึ่งจะได้ตรวจสอบติดตามเจ้าของอาคารดังกล่าว มาสอบสวนขยายผลต่อไป