ท็อป เทวินทร์ ดาราหนุ่ม ร่ำไห้กราบศพพ่อ หลังช็อกวูบดับคาทางด่วน

ท็อป เทวินทร์ ดารานักแสดงหนุ่ม ร่ำไห้กราบศพพ่อ หลังช็อกวูบดับบนทางด่วน เผยเพิ่งโทร. คุยกับพ่อ ถามว่าถึงไหนแล้ว จากนั้นโทร. กลับไม่รับสาย…

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (20 มีนาคม 2560) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุมีชายหมดสติในรถเก๋งและเสียชีวิตบนทางด่วนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าพระราม 2 ก่อนถึงทางลงด่านเก็บเงินถนนเทพารักษ์ จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งนิสสัน สีน้ำตาล ทะเบียน พว 3734 กรุงเทพมหานคร มีผู้เสียชีวิตนั่งอยู่ในเบาะคนขับ ทราบชื่อคือ นายยงยุทธิ์ สุรเชิดเกียรติ อายุ 61 ปี บ้านอยู่ที่ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เป็นผู้จัดการโชว์รูมนิสสันย่านโพธิ์แก้ว กรุงเทพมหานคร และเป็นบิดาของ ท็อป เทวินทร์ สุรเชิดเกียรติ ดารานักแสดงหนุ่ม สังกัดค่ายแกรมมี่ และมีผลงานละครทางช่อง 3 หลายเรื่อง ล่าสุดคือเรื่อง แรงตะวัน
ทั้งนี้ ท็อป เทวินทร์ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุ เพิ่งคุยโทรศัพท์กับคุณพ่อเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ประมาณ 6 โมงกว่า คุณพ่อโทร. มาหา บอกว่าอาการไม่ค่อยดี เขากลัว อยากกลับบ้านและมีเสียงสั่นเครือ ตนก็ตกใจ ถามว่าถึงไหนแล้ว เขาก็บอกว่าขึ้นทางด่วนกาญจนาฯ แล้ว จากนั้นตนโทร. กลับไปอีกก็ไม่รับสาย ด้วยความเป็นห่วงจึงประสานกับเจ้าหน้าที่ทางด่วนให้ตามหา เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าพบตัวคุณพ่อแล้ว แต่หมดสติ เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจแต่ไม่เป็นผล ซึ่งตนช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก

ท็อป เทวินทร์ บอกด้วยว่า พ่อมีโรคประจำตัวหลายโรค ทั้งโรคหัวใจ เบาหวาน และความดัน คาดว่าอาการน่าจะกำเริบ ก่อนหน้านี้เคยบอกให้พ่อหยุดทำงานแล้วอยู่บ้าน แต่ท่านไม่ยอม บอกว่าอยู่บ้านแล้วเหงา เบื่อ ขอออกมาทำงาน ก็เลยตามใจคุณพ่อ ซึ่งคุณพ่อก็จะขับรถมาทำงานแบบนี้ทุกวัน ตอนเย็นก็จะขับกลับบ้าน ไม่คาดคิดว่าจะเสียคุณพ่อไปอย่างกะทันหันเช่นนี้

โหน่ง ชะชะช่า ร่วมงานศพคู่กรณี ยกมือไหว้ขอรับผิดชอบทุกอย่าง

โหน่ง ชะชะช่า เดินทางเคารพศพคู่กรณี เดียร์ กิตติภูมิ ยืนยันจะรับผิดชอบทุกอย่าง ชี้ตั้งแต่เกิดเรื่อง กินไม่ได้นอนไม่หลับ ด้านภรรยาและลูกผู้ตาย ไม่ติดใจเอาความ

11วันที่ 21 มีนาคม 2560 เฟซบุ๊ก Workpoint News – ข่าวเวิร์คพอยท์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ โหน่ง ชะชะช่า ได้เดินทางไปร่วมงานศพ นายพรพิชิต นฤนาทมนตรี ที่วัดอัยยิการาม คลอง 9 หลัง เดียร์ กิตติภูมิ ลูกชายคนโต ได้ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา
โดย โหน่ง ชะชะช่า ระบุว่า ตนได้คุยกับภรรยาและลูกของผู้ตายแล้ว ซึ่งตนจะรับผิดชอบทุกอย่าง โดยจะให้งานศพเรียบร้อยเสร็จสิ้นก่อน จึงจะคุยกันอีกทีหนึ่ง ส่วนพิธีศพทุกอย่างนั้น ตนจะดูแลรับผิดชอบหมดร้อยเปอร์เซ็น และขอกราบขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อน ๆ ญาติ ๆ ด้วย ลูกชายของตนไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ตนและครอบครัวต้องกราบขอโทษจริง ๆ ตอนนี้ลูกชายตนยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หากออกมาแล้วก็จะมาเคารพศพด้วย ลูกชายยังเจ็บหน้าอกและเดินกะเผลกอยู่ ตนเครียดกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะกลัวว่าทางครอบครัวผู้ตายจะไม่เข้าใจ ในส่วนของการช่วยเหลืออื่น ๆ นอกเหนือจากงานศพนั้น ตนช่วยเหลือแน่นอน ซึ่งจะมีการคุยกันอีกที
โหน่ง ชะชะช่า เผยอีกว่า จริง ๆ ตนเครียดมาหลายวัน แล้วตนก็ติดต่อ ลูกผู้ตายไม่ได้ แต่เมื่อได้คุยแล้วก็โล่งใจที่ลูกของผู้ตายเข้าใจ ซึ่งตนก็บอกไปว่าตนเสียใจมาก ๆ ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ตอนนี้ครอบครัวของตนสภาพจิตใจแย่ทุกคน และจากกรณีดราม่าที่มีตนพูดว่า ดีนะที่ลูกของตนไม่เป็นอะไรมากนั้น ยืนยันว่าไม่เคยพูด คนเสียใจไม่มีกระจิตกระใจพูดคำนั้นออกมา และตนไม่กล้าพูดคำนี้ออกมาเพราะมันเป็นคำที่สะเทือนใจ

ด้านภรรยา ของผู้ตายเผยว่า เรื่องแบบนี้ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด ตนเข้าใจ เพราะหากตนเป็นฝ่ายชน ตนก็คิดเหมือนกัน แต่ในเมื่อเกิดไปแล้วก็รับผิดชอบไปตามหน้าที่ ส่วนเรื่องของคดีก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ หลังจากที่โหน่งออกมาแสดงความรับผิดชอบนั้น สภาพจิตใจของตนก็ดีขึ้น และซาบซึ้งในน้ำใจ ทางลูกชายของตนได้คุยกับโหน่งแล้ว ก็สบายใจ เพราะอย่างน้อยโหน่งก็มารับผิดชอบ ตอนนี้เป็นห่วงลูกชาย เพราะลูกชายกำลังเข้ามหาวิทยาลัย ก็มีค่าใช้จ่ายเยอะ แต่ลูกชายของตนก็อยากเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ตนก็อยากจะรบกวนทางโหน่งช่วยดูในเรื่องของงาน หรืออะไรอื่น ๆ ให้ลูกตน

ชมชัดๆทุกช็อต “ชนาธิป สรงกระสินธ์” เกมฟัด “ญี่ปุ่น” คัดบอลโลก

โชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียวสำหรับ “เจ้าเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่เกือบตลอดทั้งเกม ปั่นป่วนเจาะแนวรับเจ้าถิ่น ถึงขนาดที่สื่อแดนปลาดิบ ยกย่องให้เป็นผู้เล่นทีมชาติไทย ที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในเกมนี้

ซึ่งแม้ท้ายสุด “แข้งช้างศึก” ทีมชาติไทย จะเป็นฝ่ายแพ้ ญี่ปุ่น ไปแบบขาดลอย 0-4 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่มบี เมื่อวันอังคารที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา

แต่เชื่อเหลือเกินว่าแฟนๆชาวไทย และแฟนบอล ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ สโมสรในเจลีก ญี่ปุ่น ที่เจ้าตัวจะเดินทางไปค้าแข้งในช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ คงรับรู้ได้เป็นอย่างดีถึงความยอดเยี่ยมของดาวเตะร่างเล็กวัย 23 ปี รายนี้

เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า! “บิ๊กอ๊อด” เปิดใจหลัง “ช้างศึก” เก็บได้แต้มเดียว

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ได้กล่าวแสดงความขอบใจนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย โค้ชและทีมงานผู้ฝึกสอนตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกคน ที่ได้เสียสละทำหน้าที่อันมีเกียรติเป็นต้วแทนของคนไทยทั้งชาติได้อย่างสมศักดิ์ศรี

และได้แสดงความเห็นถึงผลการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ทีมชาติไทย พ่าย ให้กับทีมชาติญี่ปุ่น 0-4 ในการแข่งขันคัดเลือกฟุตบอลโลกรอบ 12 ทีมโซนเอเซีย เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2560 ณ เมืองไซตามะ รวมถึงผลการแข่งขันที่ผ่านมา 7 เกมซึ่ง ทีมชาติไทย ยังไม่พบกับชัยชนะเลย ว่า

“เรามีเพียง 1 แต้มจากการเสมอกับทีมชาติออสเตรเลีย และยังคงเหลือเกมการแข่งขันอีก 3 เกม นั่นเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะบอกได้ว่าทีมชาติไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น”

“มีหลายสิ่งหลายอย่างที่รอรับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง และเป็นระบบเสียที โดยเฉพาะรัฐบาลควรจะเข้ามามีส่วนร่วมและให้การสนับสนุนกีฬาฟุตบอลอย่างจริงจังและมากกว่าที่เป็นอยู่ใจปัจจุบัน”

“ถ้าหากเราต้องการที่จะเห็นทีมชาติไทยก้าวขึ้นไปยืนในระดับแนวหน้าของทวีปเอเซีย และไปถึงฝัน คือ ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หลายคนคงต้องรีบพิจารณาตัวเอง เลิกเห็นแก่ตัวเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง หันกลับมามองประโยชน์ส่วนรวมและประเทศชาติเป็นหลัก”

“ผมไม่คิดโทษใคร ไม่ต้องการซ้ำเติมใคร และต้องการให้กำลังใจกันในทุกโอกาส แม้จะพ่ายแพ้ในเกมการแข่งขัน”

“แต่เวลานี้ อาจถึงเวลาที่เราต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า มาถึงจุดที่ต้องร่วมกันเสียสละ เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทย เพื่อความฝันของคนไทยทั้งชาติจะได้เป็นจริงเสียที”

“เพราะทีมฟุตบอลทีมชาติไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของคนไทยทั้งชาติ”

“ส่วนในเรื่องการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าผู้ฝึกสอน และทีมงานตลอดจนการเปลี่ยนแปลงนักเตะทีมชาติ นั้น ยังไม่มีโอกาสพูดคุยกับคุณเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เลย”

“เพราะหลังจากจบการแข่งขันที่ไซตามะ ผมได้ลงไปพบและให้กำลังใจน้องๆ นักเตะในห้องพักนักกีฬา ส่วนกับคุณเกียรติศักดิ์ ซึ่งกำลังรีบไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังเกมการแข่งขัน ถึงขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกันถึงอนาคตของทีมชาติไทยเลย คงจะต้องมีการหารือกันในเร็วๆ นี้”

จับแก๊งพนันกำถั่ว ตุ๋นทรัพย์เหยื่อกว่า 10 ล้าน ส่งทีม 500 คนหลอกชาวบ้าน!

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 ต.ค. พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ จริตเอก รรท.รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รรท.ผบก.น.3 พ.ต.อ.ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัลชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี พ.ต.ท.สมบัติ ศิริชัยเดช พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี

และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.มีนบุรี ร่วมกันแถงข่าวผลการจับกุมนายสุรกฤช หรือ ชัย ศิลมัฐ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี เลขที่ 845/2554 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2554 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ชักชวนให้เล่นการพนันกำถั่ว พร้อมของกลางแก้วน้ำจำนวน 1 ใบ จานรองจำนวน 1 ใบ และเมล็ดแตงจำนวนหนึ่ง

พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางชัน ได้ร่วมกันจับกุมนายสุรกฤช ภายหลังที่ได้หลอกลวงผู้เสียหายในคดีดังกล่าวจำนวน 2 ราย ต่อมาผู้ต้องหาได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินกว่า 6,681,000 บาท ให้ทางผู้เสียหายเพิกถอนการแจ้งความ จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาเคยมีประวัติฉ้อโกงในหลายพื้นที่ จึงส่งมอบให้ทางสน.มีนบุรี เพื่อสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม

พล.ต.ท.ดร.เรืองศักดิ์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาเคยก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวเมื่อปี 53 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 3 ราย ประกอบด้วย นายจตุพล ศีลมัฐ นายเอ และนางเพ็ญ ซึ่งมีผู้เสียหาย คือ นางรัตนา มากิตะ อายุ 48 ปี อยู่ ต.ลำผักกูด อ.ธัญญะ จ.ปทุมธานี ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานภายหลังที่ถูกแก๊งดังกล่าว ฉ้อโกงเงินสดจำนวนกว่า 5 แสนบาท จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมผู้เสียหายมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ด้านนางรัตนา ให้การว่า เมื่อปี 53 ที่ผ่านมา นายเอ ได้ติดต่อชักชวนให้ตนหาที่ดินเพื่อขายให้กับนายนายจตุพล ซึ่งมีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เมื่อขายได้ จะให้ส่วนแบ่งเป็นเงินจำนวน 5 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นได้พาตนพร้อมผู้ต้องหาทั้งหมดไปบ้านของนางเพ็ญ ซึ่งอยู่แถวย่านมีนบุรี กระทั่งนายจตุพล ได้นำเงินออกมาโชว์เพื่อตกลงซื้อขายกันแต่อ้างว่าเงินไม่พอต้องออกไปหามาเพิ่ม

ในระหว่างที่รอผู้ต้องหาที่เหลือ จึงออกอุบายให้เล่นพนันกำถั่วเพื่อหวังเอาเงินจากจากนายจตุพล แต่ต้องร่วมลงทุนกันคนละ 5 แสนบาท ซึ่งตนไม่มีเงินสดเพียงพอ ผู้ต้องหาจึงหลอกล่อให้ตนนำรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฎฟ 6768 กรุงเทพมหานคร ไปเข้าโรงรับจำนำหลังจากนั้นร่วมกันเล่นพนันกำถั่วเพียงแค่ 3 ครั้ง ตนก็เงินหมด หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้พากันแยกย้ายหลบหนีไป

สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ตนพร้อมพวกเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยก่อเหตุมาแล้วประมาณ 10 ปี ได้ทรัพย์สินจากผู้เสียหายจำนวนกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งพฤติการณ์จะแบ่งทีมงานออกเป็น 4 ราย โดยมีแก๊งร่วมกันจำนวนกว่า 400-500 ราย ซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ตระหนักอย่าหลงเชื่อโดยง่าย หากพบเบาะแสแก๊งมิจฉาชีพดังกล่าว ให้รีบโทรแจ้งสถานีตำรวจใกล้เคียง หรือ สายด่วน 1559 พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตื่นตัวกับปัญหาดังกล่าวเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากพบผู้กระทำความผิดจะมีการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” รรท.รองผบ.ตร. กล่าว

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจพัทยาเผยคดีบุกจับ 32 ต่างชาติลอบเล่นไพ่บริดจ์ส่งฟ้องแค่เรื่องจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาเล่นการพนัน ด้านนายอำเภอยันมีความผิดครบองค์ประกอบ

จากกรณีนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตบนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงว่า ไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬาระดับสากล และพร้อมที่จะเป็นพยานในชั้นศาล ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อวันที่ 5 ก.พ.59 พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทาง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ตร.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางมาควบคุมดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬา ไม่ใช่การพนันแต่อย่างใด พร้อมกับยื่นประกันตัวในวงเงินคนละ 5,000 บาท ในส่วนของนายเจเรมี่ วัตสัน ผู้เช่าสถานที่และจัดให้มีการเล่น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสมาชิกในสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย

เบื้องต้นคาดว่าน่าจะส่งฟ้องในข้อหาจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้ตั้งเป็นชมรมหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการพนันคงจะสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วันในการสรุปคดี

ด้านนายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง เปิดเผยว่า สมาคมไพ่บริดจ์ที่ถูกต้องต้องเล่นกันในมวลหมู่สมาชิก และในเคหะสถานของตัวเองหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสมาคม ไม่ใช่รวมตัวกันอย่างเป็นจำนวนมาก แล้วมาเล่นกันในที่สาธารณะแบบนี้ ซึ่งในการเข้าจับกุมครั้งนี้มีความผิดครบองค์ประกอบ ทั้งไพ่ที่ไม่ได้ติดภาษีอากร และเอกสารใบกระดาษจดแต้ม โดยหลังจากเลิกเล่นกันแล้วจะเอาแต้มไปรับเงินหรือไม่นั้น ยังไม่อาจทราบได้แน่ชัด ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดจะต่อสู้คดีก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้คงแล้วแต่ดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างไร

ดราม่าร้อนฉ่า ! ‘หมอแล็บแพนด้า’ เดือด ! สาวโพสต์จบสหเวชศาสตร์ ม.ดัง แต่ไม่มีงานทำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากเพจดัง “หมอแล็บแพนด้า” เผยภาพผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ข้อความระบุว่า… “ขอบพระคุณ มหาวิทยาลัย… และคณะสหเวชศาสตร์ ที่ทำให้รู้ว่าจบมาแล้วทำมาหากินไม่ได้เลยค่ะ ต้องหนีไปเรียนอย่างอื่นใหม่กันหมด จบก็เหมือนไม่สุดต้องไปเรียนอย่างอื่นใหม่ จะบ้าตาย อย่ามาเรียนนะคะ เตือนไว้ก่อน เสียเวลา” พร้อมเผยภาพบัณฑิตหนุ่มสาวที่สวมชุดครุยของสถาบันดัง

โดยเพจดัง “หมอแล็บแพนด้า” ได้นำข้อความและภาพดังกล่าวมาเปิดเผย พร้อมโพสต์แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า “ผมโกรธจนถ้วยมาม่าในมือสั่น” เนื่องจากหมอแล็บเป็นศิษย์เก่าของคณะนี้ และในปัจจุบัน เจ้าตัวยังประกอบอาชีพเป็นนักเทคนิคการแพทย์ด้วย รวมทั้งได้อธิบายขยายความเกี่ยวกับคณะดังกล่าวที่ถูกกล่าวหาไว้ในคอมเมนต์เพิ่มเติมด้วยว่า การเรียนการสอนของคณะสหเวชศาสตร์ มี 4 สาขาวิชาด้วยกันคือ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชากายภาพบำบัด สาขาวิชาโภชนาการ และการกำหนดอาหาร และสาขาวิชารังสีเทคนิคและฟิสิกส์ทางการแพทย์

นอกจากนี้ “หมอแล็บแพนด้า” ยังได้อธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า เทคนิคการแพทย์นั้นทำงานในแล็บ ตรวจทุกอย่างเพื่อค้นหาโรค ไม่ใช่แพทย์ผู้ทำการรักษา  โดยอธิบายว่าเป็นคนละอย่างกัน

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกเผยออกมา ชาวโลกออนไลน์ต่างก็ให้ความสนใจและกดแชร์กันเป็นจำนวนมาก รวมทั้งได้แสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับเจ้าของโพสต์ดังกล่าวที่ต่อว่าคณะและสถาบันที่เรียนจบมา และหากจะโทษก็ควรโทษตัวเองมากกว่า

วงจรปิดมัดตัว 3 โจ๋รุมกระทืบยามสลบ เหตุเบิ้ลเครื่องยนต์ดัง

ภาพวงจรปิดมัดตัว 3 โจ๋ไม่พอใจ รุมกระทืบยามหน้าหมู่บ้านดัง สลบคาฝ่าเท้า เหตุไม่พอใจที่มาเตือนเรื่องเบิ้ลเครื่องยนต์เสียงดัง อีกคนยังหลบหนี

(12 มี.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี น.ส.อัมพกา อายุ 38 ปี อาชีพแม่บ้าน ภรรยาของ นายเจษฎา อายุ 39 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเอื้ออาทรประชานิเวศน์ 3 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย เหตุเกิดที่ด้านหน้าโครงการหมู่บ้านดังกล่าว ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดเหตุการณ์มามอบให้เป็นหลักฐาน

โดยภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ เมื่อเวลา 19.51 น. วันที่ 11 มี.ค. 2560 มีกลุ่มผู้ก่อเหตุ 3 คน เดินตรงเข้ามารุมทำร้ายด้วยการชกต่อย จนกระทั่ง รปภ.ล้มลงไปนอนแน่นิ่งหมดสติ แต่ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 ราย ยังไม่หยุด อีกทั้งยังใช้เท้ากระทืบบนใบหน้า

จากนั้นหนึ่งในคนร้ายได้เดินไปคว้าเก้าอี้พลาสติกมาฟาดเข้าที่ใบหน้า จนทำให้ผู้บาดเจ็บมีอาการชักและมีพลเมืองดีเข้ามาห้ามเอาไว้ แต่กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวก็ยังคงถืออาวุธมีดอีโต้ที่ได้จากร้านค้าในบริเวณใกล้เคียงเดินวนไป-มารอบๆ ที่เกิดเหตุอยู่

ต่อมาในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบชายมีรูปพรรณตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าว จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจเข้าจับกุมและนำตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย นำตัวส่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ คือ นายณัฐวุฒิ หรือ ป็อก อายุ 20 ปี และ นายศรัณย์ หรือ ปอนด์ อายุ 20 ปี

ส่วนคนร้ายอีก 1 รายอยู่ระหว่างหลบหนี ทราบชื่อคือ นายวิษณุ หรือ ต่อ อายุ 28 ปี อาศัยช่วงชุลมุนขับรถยนต์เก๋งไม่ทราบรุ่นและทะเบียนหลบหนีไป มุ่งหน้าถนนงามวงศ์วาน ส่วนผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเพื่อรับการรักษา ล่าสุดพ้นขีดอันตรายแล้ว

จากการสอบสวน รปภ.ที่เข้าเวรยามในขณะเกิดเหตุ ทราบว่าสาเหตุที่เกิดจาก นายต่อ ผู้ก่อเหตุที่ยังหลบหนี ได้ขับรถยนต์ไม่ทราบรุ่นและทะเบียนเข้ามาจอดรถอยู่ใกล้ๆ บริเวณป้อมยามหน้าหมู่บ้านแล้วได้ทำการเบิ้ลเครื่องยนต์ส่งเสียงดัง

ต่อมาผู้ได้รับบาดเจ็บจึงเดินไปบอกให้หยุดเบิ้ลเครื่องยนต์ แต่นายต่อกลับไม่พอใจเดินไปตามพวกอีก 2 คน ที่อาศัยอยู่ในโครงการหมู่บ้านเอื้ออาทร จากนั้นทั้ง 3 คนได้วิ่งเข้ามารุมทำร้ายตามภาพที่เห็นจากกล้องวงจรปิด ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนสัญจรผ่านไป-มาเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 รายโดยตั้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันทำร้ายผู้อื่นทำให้ได้รับอันตราย ส่วนผู้ก่อเหตุอีกรายที่หลบหนีขณะนี่ทราบตัวแล้วอยู่ระหว่างติดตามตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“12 ทีมชาติ” ที่มีค่าตัวนักเตะรวมกัน “แพงที่สุด” ในโลก

ฉะนั้นแล้ว เดอะ เทเลกราฟ  สื่อชั้นนำของอังกฤษจึงได้นำเอามูลค่าของผู้เล่นจากแต่ละทีมชาติมารวมกันเพื่อให้เราได้ทราบว่า ทีมชาติไหนที่มีค่าตัวนักเตะรวมกันแล้ว “แพง” ที่สุด

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวคือการนำค่าตัวตอนย้ายทีมในทุก ๆ ครั้งของแต่ละคนมารวบรวมกัน ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจมากว่า บางคนอาจจะไม่ได้เก่งกาจที่สุด แต่เมื่อมีการย้ายทีมหลาย ๆ ครั้ง มูลค่ารวมของเขากลับสูงลิบลิ่วจนแข้งระดับโลกบางคนเทียบไม่ได้ก็มี

ทีนี้เราลองมาดูกันว่าทีมชาติไหนที่มีค่าตัวของผู้เล่นรวมกันสูงที่สุด ณ เวลานี้

** ค่าตัวของแต่ละคน นับรวมจากการซื้อ-ขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงอาชีพค้าแข้ง
** มูลค่าการย้ายทีมรวมของผู้เล่นแต่ละคนอ้างอิงจากเว็บไซต์ Transfermarkt.co.uk
** หน่วยเงินคิดเป็น – ปอนด์ –
** นับตัวผู้เล่นแค่ 11 คนที่พยายามคัดสรรแล้วว่าน่าจะเป็นตัวจริงในตำแหน่งนั้น ๆ

แรงผลักดันอันแรงกล้าของฟุตบอลญี่ปุ่น

หลังจากชมฟุตบอลระหว่าง “ทีมชาติไทย” กับ “ทีมชาติญี่ปุ่น” ซึ่งขุนพลช้างศึกแพ้แบบต้องยอมรับความจริง 0-4 ก็เกิดคำถามว่าทำไมวงการฟุตบอลของประเทศนี้ถึงพัฒนาขึ้นมาเร็วมากด้วยระยะเวลาประมาณ 20 ปี จากทีมประเภทลูกกระจ็อกหรือสมันน้อยของเอเชีย จนกลายเป็นทีมระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว

ถ้าถามแฟนฟุตบอลรุ่นเดอะเกินหลัก 5 หลัก 6 ขึ้นไป เชื่อว่าทุกคนอาจจะจำได้ว่า เวลาเราเจอขุนพลซามูไร เป็นปกติที่เราจะไล่ถล่มคู่แข่งกันเลยทีเดียว แต่พอมายุคนี้ต้องยอมรับว่านี้คือ “เบอร์ 1 ของเอเชีย” ซึ่งตลอด 3 วันที่สัมผัสกับกลิ่นอายกับฟุตบอลญี่ปุ่น พอสรุปได้คร่าวๆดังนั้น
สิ่งที่เห็นจากฟุตบอลญี่ปุ่นคือ “แรงผลักดัน” ซึ่งคนญี่ปุ่นอยากเห็นฟุตบอลของเค้าไปอยู่ในระดับโลกจนเป็น “ความฝัน” ของชาวแดนอาทิตย์อุทัยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เห็นได้จากพวกการ์ตูนฟุตบอลต่างๆที่ออกมาแต่ที่ดังที่สุดคงหนีไม่พ้น “กับตันซึบาสะ” ที่คอการ์ตูนชาวไทยรู้จักไม่น้อย

ทำไมต้อง “การ์ตูน” ส่วนนึงมองว่า เป้าหมายของคนที่อ่านการ์ตูนคือบรรดาเด็กผู้ชายที่กำลังโตขึ้นมาซึ่งถ้าได้อ่านการ์ตูนฟุตบอลต่างๆ น่าจะทำให้อยากเห็นทีมชาติจริงๆของตัวเองประสบความสำเร็จเหมือนในการ์ตูน โดยเฉพาะภาพที่เห็นนักเตะเดินเข้าสู่สนามในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และก็เป็นจริงในปัจจุบันแล้ว
นอกจากภาพของทีมชาติญี่ปุ่นไปเล่นฟุตบอลโลก ก็ยังมีการ์ตูนที่เห็นนักเตะไปเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปทั้งหลาย อย่างเช่น เรื่อง “วีว่า กัลโช่” ที่พระเอกไปเล่นฟุตบอลในลีก อิตาลีซึ่งเป็นลีกอันดับ 1ของโลกในแง่ของศาสตร์ฟุตบอลเมื่อยุค 20-30 ปีที่แล้ว

เรื่องนี้ก็คงเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เราเห็นนักเตะสัญชาติซามูไรหลายคนค้าแข้งอยู่ในยุโรปในปัจจุบันไม่ว่าจะลีกไหน ไม่ใช่แค่ “กัลโช่ เซเรียอา” เพียงลีกเดียว อย่างนักเตะ 23 คนที่ “วาฮิต ซาลิฮ็อตซิส” กุนซือชาวบอสเนียของทีมเข้ามาติดทีมในฟีฟ่าเดย์สัปดาห์นี้มีนักเตะที่เล่นในยุโรปถึง 11 คนด้วยกัน

ที่สำคัญนักเตะเหล่านี้ไม่ได้ไปย้ายทีมเพราะเหตุผลทางการค้าหรือเป้าหมายการตลาดเอเชียเพียงอย่างเดียวเหมือนสมัยก่อน แต่ทีมในยุโรปก็ยอมรับในฝีเท้าของนักเตะปลาดิบ เห็นได้จากหลายคนที่เป็นนักเตะตัวหลักของสโมสรเลยทีเดียว ไม่ว่าจะ “ชินจิ คากาวะ” “เกงกิ ฮารากูชิ” “ทาคามิ อาซาชิ” “โกโตกุ ซากาอิ” ที่เล่นในลีกเมืองเบียร์ “บุนเดสลีกา” หรือในลีกอันดับ 1 ยุคนี้ “พรีเมียร์ลีก” ก็มี “มายะ โยชิดะ” กับ ชินกิ โอกาซากิ”
มุมมองของคนญี่ปุ่นต่อกีฬาชนิดนี้ที่ผมชอบ แตกต่างจากหลายๆประเทศเพราะจากป้ายโฆษณาที่น่าจะเป็นของสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นในสนามที่สังเกตุในเกมวันก่อน คือ ป้ายที่เขียว่า “One Asia One Goal” ซึ่งความหมายให้ความรู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จ

โดย “โร้ดแมป” ของสมาคมฟุตบอลที่นี้หลังจากนี้ใช้ “ความฝัน” เป็นแรงขับดัน กับภาพของนักฟุตบอลญี่ปุ่นคว้าแชมป์โลก ต้องบอกก่อนว่า “ทีมฟุตบอลหญิงของญี่ปุ่น” ได้แชมป์โลกไปแล้ว เมื่อปี 2011

ส่วนฟุตบอลชายคือ ภายในปี 2050 ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ขุนพลซามูไรยกระดับจากทีมประเภทแจกแต้มในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายขึ้นมาเป็นม้ามืด โอกาสเห็นทีมจากเอเชียคว้าแชมป์โลกก็มีโอกาสเป็นไปได้ในชาตินี้ครับ