“บุรีรัมย์” บรรลุสัญญายืมตัว “ภานุพงศ์ พลซา” จากฉลามชล

“ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก บรรลุข้อตกลงกับ ชลบุรี เอฟซี ในการขอยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์อนาคตไกล ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

โดยนายทัดเทพ พิทักษ์พูลสิน ผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตอนนี้เราได้บรรลุข้อตกลงในการยืมตัว ภานุพงศ์ พลซา นักเตะสารพัดประโยชน์จากชลบุรี เอฟซี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

“ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง ชลบุรี เอฟซี ที่ปล่อยตัวนักเตะมาให้เราใช้งาน ทางสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ติดตามดูเด็กคนนี้มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทาง ภานุพงศ์ นั้นถือว่าเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ มีทักษะฟุตบอลที่ดี อีกทั้งมองว่าเป็นนักเตะอนาคตไกล เราเชื่อว่าสโมสรจะได้ประโยชน์จากความสามารถของเขา จึงมีการเจรจายืมตัวกันในที่สุด”

สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีคิวลงสนามศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2017 เกมที่ 2 ด้วยการออกไปเยือน ราชนาวี ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 19.00 น.

ประวัติ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา
ตำแหน่ง : ปีกขวา
วัน/เดือน/ปีเกิด : 3 มิถุนายน 2537
เกิดที่ : จ.เลย
ส่วนสูง : 166 ซม. น้ำหนัก : 62 กก.

ภานุพงศ์ พลซา เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกเมื่ออายุ 3 ปี โดยมีคุณพ่อซึ่งเป็นอดีตนักบอลเขต 4 จังหวัดเลย เป็นผู้ฝึกสอน “ดิว” เข้าสู่วงการลูกหนังอย่างจริงจัง เมื่อคัดตัวติดโรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลไพรม์มินิสเตอร์ รุ่นอายุ 16 ปี รอบประเทศได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน ทำให้ “ดิว” ภานุพงศ์ พลซา ก้าวขึ้นมาติดทีมเยาวชนชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 16 ปี

ปี 2012 ภานุพงศ์ พลซา ก็ได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพของ ชลบุรี เอฟซี และถูกส่งไปเล่นกับ พานทอง เอฟซี จากนั้นปี 2014 – 2015 ก็ถูกยืมตัวมาร่วมทีม ทีโอที เอสซี ก่อนที่ปี 2016 ชลบุรี เอฟซี จะเรียกตัวกลับมาใช้งาน และปี 2017 ก็ย้ายมาร่วมทัพกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล

ดาเมจรุนแรง! “อายะ โอโฮริ” ขนไก่สาวยิ้มยากแต่น่ารักมากจากแดนปลาดิบ

พาไปรู้จักกับ “อายะ โอโฮริ” นักแบดมินตันสาวน้อยจากประเทศญี่ปุ่น เจ้าของตำแหน่งรองแชมป์ “ปริ้นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2017” ที่รอบชิงฯพ่ายให้กับ “น้องครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ มืออันดับ 12 ของโลกชาวไทย ไปสดๆร้อนๆเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 12 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา

สำหรับ “อายะจัง” ปัจจุบันอายุ 20 ปี เกิดที่จังหวัดฟุกูชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันรั้งอันดับ 20 ของโลก จากการจัดอันดับของสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) เดือนมกราคม 2017

อายะ ถนัดมือซ้าย และถือเป็นนักตบขนไก่หญิงที่รูปร่างดีทีเดียว เพราะเธอสูงถึง 169 ซม. จึงทำให้ได้เปรียบไม่น้อยเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งที่ตัวเล็กกว่า

สำหรับเกียรติประวัติของเธอ ที่เด่นๆได้แก่ แชมป์เยาวชนเอเชีย 2013, รองแชมป์เยาวชนโลก 2013, อันดับ 3 เยาวชนโลกปี 2012 และ 2014

แม้ อายะ จะเป็นสาวน้อยหน้าตาน่ารัก(มากๆ) คิกขุอาโนเนะสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ แต่จะเห็นได้ว่าเมื่อเธอลงสนาม จะกลายเป็นสาวหน้านิ่งทันที เนื่องจากเธอทุ่มสมาธิอยู่ที่การแข่งขันอย่างเต็มที่นั่นเอง

เปิดใจ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ปธ.สุโขทัย เอฟซี “ค้างคาวไฟมีวันนี้เพราะแฟนบอล”

สุโขทัย เอฟซี จะพ่ายแพ้ในเกมแรก ขอให้แฟนบอลนั้นใจเย็นซักนิด อีกไม่นานเมื่อการปรับจูนทีมสมบูรณ์ 100 % เราจะกลับมาไล่ล่าชัยชนะในทุกรายการแข่งขันของฟุตบอลไทย

วันนี้ทีมข่าวค้างคาวไฟ ได้เปิดคอลัมป์ใหม่ เพื่อให้แฟนบอล นั้นติดตามความเคลื่อนไหวของทีมผู้บริหารและนักเตะ เรื่องแรกที่จะนำมาเสนอคือการเปิดใจของ บิ๊กบอส “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี คนที่ทำทุกอย่างให้ทีมประผลความสำเร็จ เพราะเมื่อย้อนกลับไป 5-6 ปีที่ผ่านมา ต้องบอกว่าแทบไม่มีใครรู้จัก สุโขทัย เอฟซี อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาล่วงเลย ชายคนนี้ได้ทำให้คนในเอเชีย รู้แล้ว ว่า ค้างคาวไฟ แห่งสุโขทัย มีดีอย่างไร

ผลักดันทีมบ้านๆระดับภูธร จนได้ไปโชว์ฝีเท้าไกลถึงถ้วยใหญ่ระดับเอเชีย หวังทำผลงานไทยลีกดีกว่าปีก่อน
บิ๊กบอส ค้างคาวไฟ บอกว่า ทีมสุโขทัย เอฟซี เป็นทีมเล็กๆ ลงทุนโดยเม็ดเงินจำนวนไม่สูงนัก ต้องมองถึงอนาคตข้างหน้า หากใช้เงินมากไป ในระยะยาวอาจมีปัญหาได้ เพราะการจะหาผู้สนับสนุนไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เหมือนกับทีมใหญ่ ที่ทำมาก่อนหน้า ส่วนสุโขทัย เอฟซี ถือว่า เริ่มช้ากว่าทีมอื่น ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนจุดอ่อนของเราให้กลายเป็นจุดแข็ง หากเราสามารถยืนหยัดอยู่ในไทยลีกได้ต่อไปยาวๆ ผู้ให้การสนับสนุนจะมีมาก เพราะเวลานี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราเป็นทีมที่มีคุณภาพ

ปีนี้เรามีงบประมาณ 70 ล้านบาท เพื่อไปหานักเตะฝีเท้าที่ดีขึ้นแต่การเสริมทีม แต่ต้องดูทีมอื่นด้วยว่า เขามีความพร้อมมากน้อยขนาดไหน หากทีมอื่นเขาพร้อมมากกว่า เขาทุ่มมากกว่า ทีมของเราที่ดีขึ้นเล็กน้อย อาจไม่เป็นผล เป้าหมายของเราในปีนี้ก็มีความหวังลึกๆ ว่า ผลงานจะดีขึ้นกว่าปีก่อน เราคิดว่าน่าจะพยายามหาวิธีช่วยให้โค้ชทำงานได้ง่ายขึ้นและคงไม่ไปวู่วาม เช่น ทีมแพ้ผลงานไม่ดีแล้วต้องปลดโค้ช เพราะเรารู้ว่าการทำทีมฟุตบอลต้องใช้เวลา แต่ขอให้เขาเริ่มต้นไปตามแนวทางและนโยบายของเรา ต้องทำบอลให้มีรูปทรงเป็นตัวของเราเอง
ยกพระราชดำรัส ร.9 อยู่แบบพอเพียง
การทำทีมเวลานี้จะพยามเน้นเรื่องทักษะของนักเตะ ทั้งการเลี้ยงบอล การจ่ายบอล เกมฟุตบอลสมัยใหม่ต้องใช้ความเร็ว เราจึงพยายามหานักเตะที่มีความเร็วและทักษะดีมาเสริม รวมทั้งพยายามปั้นนักเตะดาวรุ่งและดันเด็กขึ้นสู่ชุดใหญ่ให้ได้ หากเราไม่ให้โอกาสก็ต้องใช้เงินซื้อนักเตะ เราจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้สนับสนุนเราได้อย่างไร

ที่สำคัญเราได้น้อมนำตามพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 คือ ความพอเพียง หมายถึงการประมาณตน ใช้เหตุผล และองค์ความรู้ต่างๆ แต่ถึงวันหนึ่งที่เรามีความพร้อมมากขึ้น ผู้สนับสนุนมากขึ้น เชื่อว่าต้องดีขึ้นแน่นอน เพราะทุนน้อยเราก็อยู่ได้ หากทุนมากเราก็ต้องดีขึ้น เพราะเราจะได้นักเตะเกรดเอมาเสริมทีมบ้าง เรามีประสบการณ์มาแล้วในไทยลีกปีแรก เรารู้แนวทางของทีมว่าจะเดินไปแบบไหน
เล่นรัดกุมตามแผน ใช้สมองมากกว่าใช้แรง
ทีมของเรานั้นยังไม่อยู่ตัว ไม่เหมือนกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หรือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะทีมเขาคงที่แล้ว อันดับท็อป 5 ยังไงเขาก็ต้องได้ เนื่องจากเม็ดเงินที่ลงทุนไปถือว่าชัดเจน ของเราต้องใช้สติปัญญาและมันสมองมากๆ กว่าจะได้ขึ้นมาถึงจุดนี้ หากมีเงินมากก็ดีกว่ามีเงินน้อยอยู่แล้ว แต่วันนี้ไม่มีก็ใช้น้อยหน่อย การเสริมทีมในปีนี้ เราเน้นที่ความสมดุลของทีม ตัวจริงกับตัวสำรองฝีเท้าต้องไม่ต่างกัน ต้องทดแทนกันได้ เผื่อใครบาดเจ็บ หรือต้องการความสดลงไปบดคู่ต่อสู้

ส่วนแนวการเล่นของทีมในปีนี้ จะเน้นที่แท็กติก การเล่นตามแผนอย่างรัดกุม เน้นใช้สมองมากกว่าพละกำลัง สต๊าฟโค้ชของทีมสุโขทัย ทั้งผู้ช่วย และเทรนเนอร์ เราแทบไม่เปลี่ยนเลย อยู่ด้วยกันมา 3 ปี เพื่อให้เขาเข้าใจปรัชญาการทำทีมของเรา ส่วนโค้ชก็ปรับเปลี่ยนไปตามแนวทาง ปีที่แล้ว เราต้องหาโค้ชที่มีประสบการณ์เล่นไทยลีก ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นหากผมให้นโยบายผิดก็อาจจะตกชั้น ดังนั้นผมถึงบอกว่าอย่าไปโทษใคร อย่าโทษโค้ช อย่าโทษสต๊าฟ ต้องโทษผู้บริหารทีมที่เราเลือกจะใช้ของแบบนี้ ดังนั้นเราต้องมีไอเดียของเราว่า เราต้องให้เขาเดินในเส้นทางไหน เขาถึงจะอยู่ได้
หวังอัพเกรดสนามเทียบเท่าต่างประเทศ
ประธานสโมสร ยังเล่าถึงแผนงานใหม่ คือการขยายสนามในส่วนของอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก ที่ไม่มีหลังคา หากเป็นไปได้จะทำหลังคาและห้องวีไอพี 10 ห้อง รูปแบบเหมือนสนามฟุตบอลต่างประเทศ สนามทะเลหลวงตอนนี้จุได้ประมาณ 8,000 ที่นั่ง แต่จะเพิ่มให้จุแฟนบอลได้ 10,000 ที่นั่ง แต่เราก็ดูก่อนว่าจะแออัดหรือไม่ แต่หากทำได้เราจะทำฟังก์ชั่นให้ครบ ไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แบ่งเป็นโซนวีไอพี ที่นั่งสื่อมวลชน สนามทะเลหลวงของเราตอนนี้ได้ ผ่านการรับรองและยกให้เป็นระดับเอคลาส สเตเดี้ยมแล้ว สนามของเราไม่มีลู่วิ่ง ทำให้แฟนบอลสามารถข่มขวัญคู่ต่อสู้ได้อย่างดี ดูบอลที่ไหนก็ไม่สะดวก หรือสนุกเท่าสุโขทัย เพราะสนามเราให้ความรู้สึกใกล้ชิดกับนักกีฬาเพราะอยู่ติดขอบสนามเลย
อ้อนแฟนคลับจูงลูกจูงหลานมาให้กำลังใจ
สโมสรสุโขทัย เอฟซี จะมีวันนี้ไม่ถ้าเราไม่มีแฟนบอลที่คอยติดตาม ทั้งในจังหวัด รวมถึง แฟนบอลพลัดถิ่น ขณะนี้เรามีผู้ชมที่ยืนพื้นฐานอยู่ 5,000 คน ที่เข้ามาเชียร์ในสนาม หากจูงลูกจูงหลานมาอีก 1 คน คนดูในสนามจะเป็นหมื่นคน ในฐานะผู้บริหารจะเร่งเสริมสนามให้ เมื่อแฟนคลับเข้าดูเกมเต็มสนาม สปอนเซอร์จะมาอีกเยอะจังหวัดเราคนน้อย มักจะเสียเปรียบจังหวัดใหญ่ แต่เราก็ต้องใช้ความเป็นจุดอ่อนของเรานั้นมาสร้างเป็นจุดแข็ง คือ ร่วมแรงร่วมใจกัน สร้างไปด้วยกัน ช่วยกันภาพลักษณ์ทีมบอลสุโขทัยคือ ชวนเพื่อน ชวนพี่ ชวนน้อง ชวนแฟน มาดูอีกคนหนึ่ง 1ต่อ1 แค่นี้ก็พอใจแล้ว ไม่ต้องการอะไรมาก

“ผู้บริหารมีประสบการณ์มากขึ้น ดังนั้น เราจะทำให้มันดีขึ้น แต่จะได้แค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับทีมคู่แข่งของเราด้วย แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด สุดความสามารถกับเม็ดเงินที่เราใช้อยู่ เราถือว่าไม่น้อย 70 ล้านบาท ปีหน้าค่อยเพิ่มเป็น 80 ล้านบาท จะดีขึ้นไปอีก ขอให้แฟนบอลทุกคนยังศรัทธาทีมแบบนี้ คนแบบผมก็พร้อมที่ตอบแทนแฟนบอลเช่นกัน” สมศักดิ์ เทพสุทิน กล่าวทิ้งท้าย

ประเดิมคว้าชัย! “บอลชายหาดไทย” อัด “เสือเหลือง” 6-4 ศึก 4 เส้า

ฟุตบอลชายหาด 4 เส้า ไทยแลนด์ ไฟว์ บีช ซ็อคเกอร์ 2017 THAILAND5 BEACH SOCCER 2017 เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในนัดเปิดสนาม ณ สนามทรายข้างอินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก เป็นการแข่งขันระบบพบกันหมดทั้ง 4 ชาติ

ทีมที่มีคะแนนสูงสุดอันดับ 1 และ 2 เข้าไปชิงชนะเลิศโดยคู่แรก ทีมชาติญี่ปุ่น พบ ทีมชาติ ฮังการี ผลปรากฏว่า ทีมซามูไร ทีมอันดับ 9 ของโลกโชว์ฟอร์ม สมราคา กะซวก แม็กยาร์ ฮังการี ทีมอันดับ 12 ของโลก ไป 5-3 โดย โอซู โมไรร่า ดาวเตะจากบาร์เซโลน่ายิงไป 2 ประตู น.7 , 22 ตามด้วย ทากาซูเกะ โกโตะ น.11.13 มาซายิกิ โกมากิ น.29 ทากากิ โอบะ น.31 ส่วนฮังการี ได้ 3 ประตูจาก โซลตัน เมนิเอีย น.26,29 บาลาซ รูทาอิ น.34

คู่ที่สองมีพิธีเปิดสนาม โดย นาย อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ ประธานพัฒนาฟุตซอลและฟุตบอลชายหาดไทย เป็นประธานจากนั้น ทีมชาติไทย อันดับ 25 ของโลก ลงสนามพบกับ มาเลเซีย

5 คนแรกของทีมไทย ประกอบไปด้วย ประตู สุริยา บริเดช , วัชระ เลไพจิตร , มนัส มัดตอฮา , โชคดี คะเณเร็ว , นที จีปน เริ่มเกมมา เสือเหลืองนำเร็วจากลูกโทษจังหวะฟาวล์ ฮัมเหม็ด ฟาครารุสดิน ยิง 1-0 น.2แต่ น.5 ไทยจุดโทษคืน มนัส มัดตอฮา ยิงไม่เหลือ 1-1 แต่นาทีเดียวกัน ไทยทำเข้าประตูตัวเองจาก จุลวรรณ ปิ่นแก้ว ตาม 1-2 จากนั้น น.8 ยูซุฟ ซาฮาริม ยิงหนีเป็น 3-1 แต่อีก 20 วินาที โชคดี คะเณเร็ว ยิงไล่เป็น 2-3 หมดเวลา 12 นาทีแรก สกอร์นี้

พีเรียดที่ 2 ลงมา ไทยไล่ตีเสมอ น.12 จุลวรรณ ปิ่นแก้ว ตีลังกาวอลเล่ย์มุมซ้ายเข้าไป 3-3 และนาทีเดียวกัน โชคดี คะเณเร็วยิงนำ 4-3 น.18 ปีเตอร์ เอเบล ยิงเรียดหน้าโกล์ 5 หลาไล่มา 4-4 น.20 ศักดา จำปาทองยิง 5-4

พีเรียดที่ 3 ไทยนำ 6-4 น.28 จากผู้รักษาประตู สุริยา บริเดช กระดกบอลเส้นเขตโทษกดยิงไซด์ก้อยด้วยซ้ายเสียบคานสุดงาม น.33 ยูซุฟยิง 5-6 น.34 มนัส มัดตอฮา ยิงปิดท้าย 7-5 ทำให้ไทยเก็บ 3 แต้ม นำตารางตามด้วยญี่ปุ่น, ฮังการี, มาเลเซีย

โปรแกรมวันที่ 14 ก.พ.ไทยลงสนามเกมที่สองพบ ฮังการี เวลา 16.30 น.ส่วนญี่ปุ่น พบ มาเลเซีย เวลา 15.00 น.สนาม อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก

สื่อนอกตี! “ลิเลีย เอร์มัค” หญิงที่กล้าปัดสานรัก “โด้”

สื่อต่างประเทศหลายสำนัก ต่างพร้อมใจกันตีข่าว! ผู้หญิงคนแรกที่กล้าปฏิเสธ การสานสัมพันธ์ของ “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด สโมสรในลา ลีกา สเปน

ซึ่งสาวรายนั้นก็คือ “ลิเลีย เอร์มัค” นางแบบสาวชื่อดังชาวรัสเซีย ที่มีทรวดทรงองค์เอวสุดบาดใจ ชนิดที่มีแฟนๆติดตามอินสตาแกรม ของเธอมากกว่า 1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้เป็นสาวโสด แต่เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งที่บาดใจชายยิ่งนัก

โดยประเด็นที่สื่อเอามาเผยก็คือ แข้งเจ้าของรางวัล บัลลง ดอร์ ปีล่าสุด ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่กดติดตามนางแบบสาว ก่อนมีการส่งข้อความเพื่อของออกเดท แต่ตัวเธอปฏิเสธไปในท้ายที่สุด

ก่อนที่ ดาวเตะวัย 32 ปี จะหันไปคบหาดูใจกับ จอร์จิน่า โรดริเกวซ แฟนสาวชาวสเปนคนปัจจุบัน ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ด้วยการควงไปในงานประกาศรางวัลของ ฟีฟ่า ประจำปี 2016 ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันจันทร์ที่ 9 มกราคม ปีที่ผ่านมา

ภาพจาก : lilyermak

คิดเอาไว้ว่าใช่.. ต้องใช่แน่ๆ?! “ชนาธิป” ใบ้เป็นนัย “พี่ชายจะย้ายออกจากทีม”

เรียกได้ว่าทำเอาแฟนบอล “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ลุ้นสุดๆว่าจะใช่ “คลีตัน ซิลวา” หรือไม่ เมื่อล่าสุด “ชนาธิป สรงกระสินธ์” ออกมาโพสต์ทำนองว่ามีแข้งรุ่นพี่ที่เจ้าตัวสนิทจะต้องอำลาทีม

เนื่องจาก คลีตัน เพิ่งถูกหั่นชื่อจากทีมชุดลุยศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่มเมื่อเร็วๆนี้ จึงทำให้มีข่าวลือว่าเจ้าของดาวซัลโวไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่เเล้วอาจจะย้ายออกจากถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม

โดย “เจ้าเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ จอมทัพร่างเล็กของกิเลนผยอง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเกี่ยวกับรุ่นพี่ในทีมคนหนึ่ง ซึ่งแฟนคลับก็พร้อมใจคาดกันว่าน่าจะเป็น คลีตัน ซิลวา แน่นอน

จากเฟซบุ๊ค Chanathip Jay Songkrasin โพสต์ว่า “เมื่อวานไป recovery ที่สนาม และมีพี่ชายที่ผมสนิทมากเดินมาบอกว่า เจ โชคดีนะ ผมต้องย้ายทีม ผมก็เสียใจแต่ผมก็รู้สึกมันเป็นวิธีฟุตบอล ผมก็คุยกับเขาว่าฟุตบอลคือสิ่งสำคัญที่สุดและก็คือการพัฒนา แต่สิ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิตคือเงินในอนาคต ขอให้พี่ชายของผมโชคดี”

อย่างไรก็ดี โพสต์ดังกล่าวได้ถูกลบไปจากหน้าเฟซของดาวเตะทีมชาติไทยเรียบร้อย แต่กระแสก็ยังเชื่อว่าน่าจะเป็นดาวยิงบราซิลที่ชนาธิปสนิทสนมเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยร่วมทีมกันทั้งสมัยอยู่บีอีซี เทโรศาสน จนมาถึง เมืองทอง ยูไนเต็ด นั่นเอง

ออกลุย! “ช้างศึก” เคลื่อนทัพสู่อินโดนีเซียชี้ชะตาแชมป์นัดแรก

11-2

“ช้างศึก” ทีมชาติไทยชุดใหญ่ รวมตัวกันที่ที่ท่าอากาศยาน นานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 08.20 น. เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปยังกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเตรียมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก พบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย

โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวว่า “อย่างที่บอกไปว่าการเจออินโดในบ้านเป็นงานยากพอสมควร แต่ก็บอกน้องๆว่าถ้าสมมุติว่าถ้าไม่มีการเล่นเหย้า เยือน ถ้าไปชิงที่บ้านเขาเลยต้องทำอย่างไร ฉะนั้นเป้าหมายของเราต้องการชัยชนะนั่นคือสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งทุกคนต้องมีสมาธิ ควบคุมอารมณ์เพราะเกมอาจต้องหนักแน่นอน”

“สภาพทีมตอนนี้โดยรวมถือว่าสมบูรณ์ อาจมีบางคนที่ยังเจ็บเล็กๆน้อยๆ แต่คิดว่าเมื่อถึงวันแข่งน่าจะพร้อมร้อยเปอร์เซนต์”

“เรื่องที่เขาไม่ได้ใช้สนามเสนายันต์ จริงๆแล้วถ้าเล่นที่นั่นก็เป็นบรรยากาศที่ดีอีกแบบหนึ่ง จุคนได้ประมาณแสนสาม ตอนที่เล่นซีเกมส์เข้าไปเต็มที่ก็ถึงแสนห้า แต่สนามใหม่จุเต็มที่ประมาณ 3-4 หมื่น ก็ถือเป็นบรรยากาศที่ดีเช่นกันที่น้องๆจะได้สัมผัส”

“ในรุ่นอื่นๆไม่รู้ว่าใครแพ้ใครตกรอบแต่รุ่นพี่โก้ ไม่เคยแพ้อินโด ทุกครั้งที่ไปชนะตลอด ไม่มีอะไรต้องกลัว ส่วนเรื่องใบเหลืองใบแดงเป็นเรื่องควบคุมอารมณ์ของแต่ละคน ซึ่งการไปเล่นนอกบ้านอย่าพยายามเข้าบอลให้เข้าทางคู่ต่อสู้ เราก้าวมาเล่นในระดับเอเชียแล้วต้องเอาข้อผิดพลาดต่างๆมาแก้ไข ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนทำความเข้าใจกันแล้ว”

ทั้งนี้หลังจาก ทีมชาติไทย เดินทางถึงกรุงจาการ์ตา จะเดินทางต่อไปยังเมืองโบกอร์ เพื่อเตรียมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก พบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย วันที่ 14 ธันวาคมนี้ ที่สนาม ปากันซารี สเตเดี้ยม

“ตั้งรับ โต้กลับ จับตายธีรศิลป์” 3 หนทางสู่แชมป์ของอินโดนีเซีย

11-1

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนเดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติอินโดนีเซีย และ ทีมชาติไทย แข่งในระบบเหย้าเยือน นัดแรกวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ณ สนาม Pakansari ที่อินโดนีเซีย และนัดที่สองจะทำการแข่งขันที่ประเทศไทยในวันที่ 17 ธันวาคม 2559 ณ สนาม ราชมังคลากีฬาสถาน โดยการแข่งขันนัดที่ สอง ในไทยจะเริ่มเปิดจำหน่ายบัตรในวันที่ 11 ธันวาคม 2559

ก่อนเกมการแข่งขันนัดแรกจะเริ่มขึ้น ซูฮัตมัน อิหม่าม อดีตทีมชาติอินโดนีเซีย ได้ออกมาแนะนำทีมชาติอินโดนีเซียว่าควรใช้วิธีการใด ในการจัดการกับทีมชาติไทยในรอบชิงชนะเลิศ และนี่คือกลยุทธ

อดีตนักเตะทีมชาติอินโดนีเซีย ซูฮัตมัน อิหม่าม แนะนำทีมชาติอินโดนีเซียว่าควรใช้วิธีการโต้กลับเร็ว ในการแข่งขัน ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน AFF Suziki Cup 2016 รอบชิงชนะเลิศ ในัวนที่ 14 และ 17 ธันวาคม 2559
“ทีมชาติควรกล้าที่จะตั้งรับและรอสวนกลับ” อดีตโค้ชสโมสร พรีมาเวร่า กล่าว เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2559

หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของอินโดนีเซียในปี 1970 แนะนำ โค้ช อัลเฟรด ริดเดิ้ล ว่าไม่ควรเปิดเกมรุกเข้าโจมตี แต่ควรใช้เกมรับ แล้วรอสวนกลับทางปีก โดยใช้ผู้เล่นที่มีความเร็วอย่าง Andik Vermansyah และ Rizki Pora

เขาแนะนำว่าสำหรับเกมในบ้าน ในวันที่ 14 ธันวาคม 2559 ทีมชาติอินโดนีเซียควรจะต้องชนะ และในเกมถัดไปทีมก็จะสามารถเล่นแบบตั้งรับได้ เหมือนกับที่เล่นกับเวียดนาม ในรอบรองชนะเลิศ “ถ้าแพ้ในบ้าน ในเกมที่ต้องออกไปเยือนเราจะต้องเปิดเกมเข้าแลก ซึ่งมันความเสี่ยงอันใหญ่หลวง” เขากล่าว

อดีตโค้ช ปาดัง เอฟซี บอกว่าในแง่ดีคือ ทีมชาติอินโดนี เซียสามารถคว้าแชมป์ AFF Suzuki Cup 2016 ได้ โดยมีเงื่อนไขว่า นักเตะทุกคนต้องมีความมั่นใจและแรงจูงใจที่สูง และมันจะทำให้เราชนะในการแข่งขัน

ผู้ซึ่งเคยเป็นกองหลังของทีมชาติกล่าวว่า เราควรจับตาการเคลื่อนไหวและการโจมตีจากผู้เล่นของไทยอย่าง “ธีรศิลป์ แดงดา” กัปตันทีมชาติไทย หนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของไทย

ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีมชาติไทย หนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของไทย “เราควรจะจับตายกัปตันหมายเลข 10 คนนี้ให้ดี เค้าเป็นตัวอันตรายอย่างมากในกรอบเขตโทษ เค้าสามารถเป็นได้ทั้งกองกลางและปีก”

เฮงกิ อาร์ดิเลส อดีตกัปตันทีม ปาดัง เอฟซี กล่าวว่า ทีมชาติอินโดนีเซีย ควรจะสามารถเล่นให้ได้เหมือนกับเกมก่อนหน้านี้ เขากล่าวว่าทีมชาติอินโดนีเซีย ควรเล่นตามแผน อย่างมีวินัย และควรมีกำลังใจเยอะๆ
“ทีมชาติไทยมีกองหน้าที่ดี มีปีกที่มีความเร็ว และเป็นทีมที่มีทีมเวิร์ค” เขากล่าวเมื่อวัน ศุกร์ที่9 ธันวาคม 2559

มีลุ้น! “มุ้ย” จ่อทุบสถิติยิงเยอะสุด “ทัพช้างศึก” ในเวทีอาเซียน

20-2

“เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวเก่ง ทีมชาติไทย ที่จัดการซัดคนเดียว 3 ประตู ในเกมที่ “ทัพช้างศึก” เป็นฝ่ายเอาชนะ อินโดนีเซีย ไปได้แบบสนุก 4-2 ในเกมประเดิมสนาม ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ” เมื่อวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ซึ่งสามประตูของ ดาวยิงทีมชาติไทย ในเกมนัดดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าตัวทำประตูในรายการชิงแชมป์อาเซียน ไปแล้วถึง 12 ประตู เทียบเท่ากับ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทยคนปัจจุบันที่เคยทำไว้สมัยค้าแข้ง

หลังก่อนหน้านี้เมื่อการแข่งขันครั้งที่ผ่านมา เจ้าตัวสามารถทำประตูไปได้ 4 ประตู ในปี 2008 และ 5 ประตู ใน ปี 2012 และยังถือเป็นนักเตะไทยคนแรก ที่สามารถทำแฮตทริกได้ 2 ครั้งในรายการชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน หลังเคยทำมาแล้วเมื่อปี 2012

นอกจากนี้ยังทำให้เจ้าตัวมีลุ้นที่จะทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดของทีมชาติไทยในเวทีอาเซียน ที่ วรวุฒิ ศรีมะฆะ ดาวยิงร่างโย่งเป็นเจ้าของสถิติอยู่ที่จำนวน 15 ประตู อีกด้วย

ทำเนียบดาวยิงทีมชาติไทย ในเวทีอาเซียน
1.วรวุฒิ ศรีมะฆะ 15 ประตู
2.เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, ธีรศิลป์ แดงดา 12 ประตู
3.ศรายุทธ ชัยคำดี 9 ประตู

เธอทำได้! “โปรเม” ซิวนักกอล์ฟหญิงแห่งปีของแอลพีจีเอ

20-1

“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล โปรสาวขวัญใจชาวไทย ประกาศศักดาสุดยิ่งใหญ่ ด้วยการคว้ารางวัลนักกอล์ฟหญิงแห่งปีของแอลพีจีเอ ทัวร์ หลังมีแต้มเหนือ ลิเดีย โค โปรสาวคู่แข่งชาวนิวซีแลนด์

โปรกอล์ฟสาวขวัญใจชาวไทย ผงาดคว้ารางวัลนักกอล์ฟหญิงแห่งปี 2016 หรือโรเล็กซ์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ด หลังจากที่จบอันดับ 4 ในการแข่งขันรายการ ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่เมืองเนเปิลส์ รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

โปรสาววัย 20 ปี สามารถทำคะแนนไปได้มากถึง 268 คะแนน รั้งอันดับ 1 ของปี มีแต้มเหนือ ลิเดีย โค ก้านเหล็กสาวนิวซีแลนด์ ที่มีแต้ม 248 คะแนน

“ฉันมีเป้าหมายแรกคือการ คว้าแชมป์ซักรายการ และฉันก็ทำได้ แต่การคว้าตำแหน่งนักกอล์ฟแห่งปีแอลพีจีเอ เป็นอะไรที่ใหญ่เกินตัวมาก มันยอดเยี่ยมมาก มันคือฝันที่เป็นจริงของฉัน ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าชื่อของฉันจะอยู่บนโทรฟี่นี้ และตอนนี้ฉันก็ภูมิใจกับตัวเองมาก” โปรสาวไทย กล่าว

นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้ทำเงินรางวัลสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ และคว้าแชมป์เรซ ทู เดอะ ซีเอ็มอี โกลบ พร้อมรับโบนัสเพิ่มอีก 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (35 ล้านบาท) อีกด้วย