DSI มีเบาะแสที่ซ่อน “พระธัมมชโย” จ่อหมายค้น-คง ม.44 ไว้

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีเบาะแสที่ซ่อน “พระธัมมชโย” เร่งพิสุจน์ทราบเพื่อขอหมายค้น ยันคง มาตรา 44 แต่อนุญาตให้ศิษย์เข้าวัดได้

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวพระไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ต้องหาหลบหนีตามหมายจับร่วมกันฟอกเงินสมคบกันฟอกเงิน และรับของโจร ว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดชุดสืบสวนหาตัวพระไชยบูลย์แล้ว

โดยเบื้องต้นมีผู้แจ้งเบาะแสมาที่ดีเอสไอถึงสถานที่ในเครือข่ายวัดพระธรรมกายในประเทศไทย ที่คาดว่าพระไชยบูลย์จะไปหลบซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นเป็นสถานที่ที่เคยมีผู้แจ้งเบาะแสมานานแล้ว และอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศ มาตรา 44 ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอให้ศาลอนุมัติหมายค้นโดยเร็วที่สุด

ส่วนบริเวณวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่ายังไม่มีการยกเลิกประกาศพื้นที่ควบคุมตาม มาตรา 44 แต่ได้มีการลดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลและตั้งด่านลง และอนุญาตให้ศิษยานุศิษย์และพระเข้าไปภายในวัดได้ แต่ได้ประสานให้สำนักงานพระพุทธศาสนาและเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีดูแล ไม่ให้ทางวัดทำกิจกรรมที่เป็นการระดมมวลชนใดๆทั้งสิ้น และให้ยุติการชุมนุมบริเวณวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กระแสข่าวที่ระบุว่าพระไชยบูลย์อยู่นอกประเทศนั้น ก็เป็นเพียงข่าว เจ้าหน้าที่ต้องดูตามข้อเท็จจริง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายงานจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองว่าพระไชยบูลย์ออกนอกประเทศ

ด้าน พ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยภายหลังการประชุมสรุปสถานการณ์เเละผลการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ว่า หลังยุติภารกิจเข้าตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อให้ได้ตัวพระไชยบูลย์ สิทธิผล ขณะนี้ยังคงใช้อำนาจตามมาตรา 44 ควบคุมพื้นที่ของวัดพระธรรมกายเพื่อป้องกันมือที่สาม เข้าก่อเหตุวุ่นวายและรักษาความปลอดภัย

โดยได้มอบหมายให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี, ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พร้อมด้วยเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ควบคุมดูแลพื้นที่วัดต่อไป

ส่วนการตรึงกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อรักษาความปลอดภัยต่างจุดต่างๆรอบวัดพระธรรมกายจะปรับลดกำลังลงตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เเต่ยังคงความเข้มงวดไว้

นอกจากนี้ การดำเนินการจะเน้นเรื่องการข่าวของเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวพระธัมมชโย เนื่องจากผลการตรวจค้นวัดนั้นไม่พบตัว จึงคลายข้อสงสัยว่าพระธัมมชโยไม่ได้อาพาธตามที่เคยกล่าวอ้าง เเละสามารถเคลื่อนย้ายหลบหนีได้

ทั้งนี้ จะไม่มีการประชุมของกองอำนวยการร่วมและไม่มีการแถลงข่าวประจำวันที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค (ตชด.) ภาค 1 อีก เเต่หากมีสถานการณ์ จะเป็นการประชุมคณะทำงานเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อายุความตามหมายจับพระธัมมชโย ในคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ยังเหลืออายุความอีกประมาณ 10 ปี

จนท.รื้อแผงเหล็กกั้นวัดพระธรรมกายออกแล้ว
บรรยากาศตั้งเเต่ช่วงเช้าที่บริเวณประตู 5-6 วัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่รื้อแผงเหล็กกั้นออกเเล้ว อีกทั้ง ที่หน้าประตูวัด ศิษยานุศิษย์ได้รื้อเต็นท์ สแลนเขียวออก โดยต่างช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่บริเวณดังกล่าวจนสะอาดเรียบร้อย

ส่วนพื้นที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง ยังมีเจ้าหน้าที่ทหาร ดีเอสไอ ตรึงกำลังในพื้นที่จำนวนหนึ่ง โดยทางศิษย์วัดพระธรรมกายและพระสงฆ์ที่ปักหลักอยู่ในพื้นที่ต่างช่วยกันเก็บข้างของเครื่องใช้ต่างๆ อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ พัดลม เสื่อ ช่วยกันรื้อสแลนเขียวออกด้วย

นอกจากนี้พบว่าสัญญาณโทรศัพท์ สามารถใช้ได้ดีกว่าทุกวันที่ผ่านมา เเม้มีการยืนยันจากทางดีเอสไอว่าจะไม่ยกเลิกตัดสัญญาณโทรศัพท์ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

บทเรียนจาก อาชญากรรม กับ การพนัน

ข่าวอาชญากรรมที่โด่งดังกรณีคุณสมยศ สุธางค์กูร เจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ ถูกมือปืนสังหารอย่างอุกอาจ โดยที่ตำรวจเจ้าของคดีกำลังสืบสวนหาสาเหตุ และคนร้ายมาลงโทษอยู่ในขณะนี้กำลังเป็นที่สนใจ มีการสันนิษฐานสาเหตุไปในหลายประเด็น ซึ่งในไม่ช้าเจ้าหน้าที่คงจะสรุปสาเหตุ และนำไปสู่การติดตามจับกุมคนร้าย และผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

แต่ในข้อสันนิษฐานหนึ่ง ที่คนดังอย่างชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่เคยทำหน้าที่ตรวจสอบและเปิดโปงบ่อนการพนันผิดกฎหมายมาอย่างต่อเนื่องได้ออกมาให้ข้อมูลโดยอ้างว่า

“ข่าววงในบอกหักกันเรื่องพนัน แต่มันเป็นเรื่องที่ตำรวจจะต้องไปสืบสวน ไม่ใช่เรื่องของผมแต่อย่างใด ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของคุณสมยศ ที่ต้องสูญเสียคนที่รักไป ชีวิตคนไทยมันราคาถูก ห้าหมื่นแสนนึงก็มีคนรับงาน ถูกยิงตายกันง่ายๆ ไม่รู้ว่าจะโดนเอาเมื่อไหร่”

เรื่องนี้จะเป็นชนวนเป็นสาเหตุที่แท้จริงอย่างไรหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป อย่างไรก็ตาม หากสาเหตุการสังหารครั้งนี้ เป็นไปตามที่นายชูวิทย์ อ้างข่าววงในจริง ก็มีประเด็นที่น่าสนใจ เกี่ยวเนื่องย้อนกลับไปไม่นาน เกี่ยวกับการผลักดันให้มีการเปิดบ่อนการพนันเสรีขึ้นมาในเมืองไทย..โดยสมาชิกปฏิรูปแห่งชาติกลุ่มหนึ่ง และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้ร่วมผลักดันการเปิดบ่อนอย่างออกหน้าออกตา

จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ต้องออกมาเบรกเรื่องดังกล่าว ทำให้เรื่องการผลักดันบ่อนการพนันเสรีเงียบไปเรื่องของการพนัน หรือ การเปิดบ่อนเสรี มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ขนานใหญ่ และมีประเด็นหนึ่งว่า การพนันจะเป็นชนวนไปสู่เรื่องปัญหาสังคมอื่นๆ จะก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมตามมาอีกมากมาย ซึ่งข้อกังวลของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดบ่อนเสรีวันนี้ หากสาเหตุของการตายของเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ สรุปว่าเป็นเพราะเหตุตามที่นายชูวิทย์ อ้างข่าววงในเป็นจริง

นี้จะเป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งว่า ปัญหาจากการพนัน เป็นปัญหาที่นำไปสู่ปัญหาสังคมอื่นๆ ปัญหาอาชญากรรมได้ชัดเจนที่สุดกรณีหนึ่ง

ก็นับว่าเป็นความโชคดี ที่กระแสการผลักดันการเปิดบ่อนเสรี ถูกนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งเบรกไป มิเช่นนั้นหากมีการเปิดบ่อนการพนันจริง จะมีปัญหาเหล่านี้ตามมาอีกมากมายหรือไม่..?

สิ่งนี้ เพียงพอหรือไม่ ? สำหรับ ใครต่อใคร ที่จะหยิบยกเอา ประเด็นผลักดันการเปิดบ่อนเสรีขึ้นมาอีกในอนาคต..?

บุกจับ 32 ฝรั่งวัยดึก เล่นไพ่บริดจ์ “คุณหญิงชดช้อย” โร่แจงไม่ใช่การพนัน

ความคืบหน้ากรณีบุกจับ 32 ต่างชาติวัยดึกลอบเล่นไพ่บริดจ์ ล่าสุด “คุณหญิงชดช้อย” ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เข้าพบ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ก่อนออกมาเผยไพ่บริดจ์ไม่ใช่การพนัน

กรณี นายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตที่อาคารพาณิชย์ เลขที่ 144/98-99 ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (4 ก.พ.) คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงการเล่นกีฬาบริดจ์ว่า การที่เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมผู้เล่นกีฬาบริดจ์นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เพราะกีฬาชนิดนี้ไม่น่าที่จะเข้าข่าย พ.ร.บ.การพนันเนื่องจากไม่มีการเอาทรัพย์สินหรือเงินทองกัน แต่เป็นการแข่งขันเอาแต้มสูงสุดและใช้วิธีการประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้มีแต้มสูงสุดจะเป็นผู้ชนะ โดยกีฬาบริจด์ได้ถูกกำหนดให้เป็น พ.ร.บ.การพนัน พุทธศักราช 2478 ต่อมาปี 2503 ได้มีการเพิ่มในกฎกระทรวง ฉบับที่ 17 ข้อ 13 ว่าให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต แต่ต้องเล่นในสามาคมหรือระหว่างสมาชิก หรือบุคคลที่สมาคมอนุญาต ไม่ได้มีการเรียกรับผลประโยชน์ในทางตรงหรือทางอ้อมจากการเล่น

ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า กีฬาบริดจ์อาจจะใหม่สำหรับคนไทยที่ไม่ค่อยรู้จัก แต่กีฬาบริดจ์ได้จัดให้มีการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ และกำลังจะถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ ซึ่งกรณีนี้ตนจะขอต่อสู้เพื่อให้ศาลเห็นว่าการกีฬาชนิดนี้ไม่น่าจะเข้าข่ายการเล่นการพนัน และตนจะขอส่งเสริมกีฬาบริดจ์ให้แพร่หลายในหมู่คนไทยต่อไป เพราะเป็นการฝึกสมองและสมาธิ

อย่างไรก็ตาม หากทราบว่าจะมีการนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยาเมื่อไหร่ก็จะเข้าไปเป็นพยานให้ทันที แต่เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ประกันผู้ต้องหาซึ่งเป็นชาวยุโรปทั้งหมดแล้วในวงเงินคนละ 5 พันบาท

หนุ่มโหด! แค้นเมียมีกิ๊กบุกปาดคอกลางดึก แต่เมาจัดเชือดผิดคน

ผัวปีนหน้าต่างเข้าบ้านหวังปาดคอเมีย ฉุนชอบโทรคุยกับกิ๊กต่อหน้าต่อตา ปิดไฟมืดปาดคอผิดไปโดนคอแม่ยายแทน

เมื่อเวลา 12.00 น. (วันที่ 7 มี.ค. 60) ที่ สภ.เมืองชลบุรี พ.ต.อ.สมโชค ตาผล ผกก.สภ.เมืองชลบุรี ร.ต.อ.วุฒิพงษ์ ตาลำ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชลบุรี ได้นำตัวนายอำพล อายุ 26 ปี  มาแถลงข่าวคดีใช้มีดปาดคอ น.ส.พัฒนา อายุ 42 ปี แม่ยาย เนื่องมาจากโกรธแค้น น.ส.ปัทมา อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวของ น.ส.พัฒนา และได้อยู่กินฉันท์สามีภรรยากับนายอำพล ต่อมาได้ทะเลาะกันอย่างรุนแรงและได้แยกทางกันอยู่

โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา นายอำพลได้บุกรุกเข้าไปในบ้านของ น.ส.ปัทมาแฟนสาวโดยปีนทางหน้าต่าง และได้ปิดสวิตช์ไฟภายในบ้าน โดยหวังว่าจะมาทำร้าย น.ส.ปัทมา แต่ช่วงนั้น น.ส.พัฒนา แม่ยายได้เดินออกมาดู ประกอบกับมืดจึงได้ใช้มีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 10 เซ็นติเมตรปาดคอแม่ยายได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชลบุรี ต่อมาตำรวจได้จับกุมตัวได้ พร้อมทั้งตั้งข้อหาบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน และพยายามฆ่าผู้อื่น นายอำพลให้การรับสารภาพว่าโกรธ น.ส.ปัทมาและเมาสุราจึงได้ก่อเหตุในครั้งนี้

นายอำพล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นคนงานก่อสร้าง และได้รักชอบพอกับ น.ส.ปัทมาและอยู่กินด้วยกัน ต่อมา น.ส.ปัทมาได้โทรศัพท์หาชายอื่นตลอดเวลา ทั้งต่อหน้าด้วย จึงเกิดการทะเลาะกันและได้แยกทางกัน จึงได้พยายามง้องอน โทรศัพท์ไปก็ไม่รับ ช่วงเกิดเหตุจึงได้ไปเอามีดในห้องทำครัว แล้วโทรศัพท์หา น.ส.ปัทมาแฟนสาว แต่ไม่ยอมรับสาย จึงได้ปีนขึ้นทางหน้าต่าง พร้อมทั้งปิดสวิตช์ไฟฟ้าประกอบกับอาการเมา เมื่อเจอแม่ยายไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จึงได้ใช้มีดปาดคอได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ชาวต.ไผ่จำศีลร้องชลประทานไม่ได้รับน้ำกว่า30วัน

ชาวนาไผ่จำศีล จ.อ่างทอง รวมตัวร้องชลประทานหลังไม่ได้รับน้ำมานานกว่า 30 วัน ต้นข้าวในนากว่า 4,000 ไร่ เริ่มเหี่ยวเฉา

ที่บริเวณศาลาการเปรียญ วัดราชสกุณา (นก) หมู่ 5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ชาวนาในตำบลไผ่จำศีล กว่า 100 คน รวมตัวเรียกร้องขอน้ำจากชลประทาน เนื่องจากไม่ได้รับน้ำในระบบชลประทานมานานกว่า 30 วันแล้ว ต้นข้าวในนานกว่า 4,000 ไร่ เริ่มเหี่ยวเฉา บางพื้นที่เริ่มยืนต้นตาย จึงได้มารวมตัวร้องขอน้ำ จาก นายธเนศ บุญสุข ผอ.ชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ รวมเป็นสักขีพยาน

เบื้องต้นทางชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี รับปากว่า จะนำเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง มาติดตั้งบริเวณคลองขุน เพื่อสูบน้ำจากคลองขุนเข้าคลองชลประทาน เพื่อให้เกษตรกรทำนาได้สูบน้ำเข้าผืนนา ในพื้นที่ตำบลไผ่จำศีล เพื่อสูบน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวในแปลงนาที่กำลังแห้งเหี่ยวให้ฟื้นกลับมา เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

ด้าน นายธเนศ กล่าวว่า ตอนนี้ในหลาย ๆ พื้นที่ในจังหวัดอ่างทอง ประสบปัญหาปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำทางการเกษตรเหมือนกันหมด โดยทางชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี ได้พยายามแบ่งรอบเวรน้ำแล้ว แต่ยังไม่พอเพียงต่อความต้องการของเกษตรกร เนื่องจากน้ำที่ได้รับการจัดสรรมาไม่เพียงพอกับพื้นที่เพาะปลูกข้าว จนทำให้บางพื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำแล้ว แต่อย่างไรก็ตามทางชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายางมณี จะพยายามจัดสรรน้ำให้เกษตรกรผู้ทำนาได้อย่างทั่วถึงทุกคน เพื่อที่จะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตนำไปขายสร้างรายได้ต่อไป

ตำรวจเผยคดีจับไพ่บริดจ์ ไม่ได้ส่งฟ้องข้อหาเล่นการพนัน

ตำรวจพัทยาเผยคดีบุกจับ 32 ต่างชาติลอบเล่นไพ่บริดจ์ส่งฟ้องแค่เรื่องจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ได้ดำเนินคดีข้อหาเล่นการพนัน ด้านนายอำเภอยันมีความผิดครบองค์ประกอบ

จากกรณีนายชาคร กัญจนวัตตะ นายอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต บุกจับกุมชาวต่างชาติชาย-หญิงรวม 32 คน ที่ลักลอบเล่นไพ่บริดจ์โดยไม่ได้รับอนุญาตบนชั้น 2 ของอาคารพาณิชย์ ปากซอย 2 ถนนทัพพระยา ย่านพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยมีนายเจเรมี่ วัตสัน (Mr.Jeremy Watson) อายุ 74 ปี สัญชาติอังกฤษ รับเป็นเจ้ามือและเจ้าของสถานที่ ต่อมาวันที่ 4 ก.พ. คุณหญิงชดช้อย โสภณพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อชี้แจงว่า ไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬาระดับสากล และพร้อมที่จะเป็นพยานในชั้นศาล ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้เมื่อวันที่ 5 ก.พ.59 พ.ต.อ.สุขทัศน์ พุ่มพันธ์ม่วง ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้มีชาวต่างชาติเกี่ยวข้องจำนวนมาก ทาง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ตร.ภ.จว.ชลบุรี เดินทางมาควบคุมดูแลคดีนี้อย่างใกล้ชิดซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธว่าไพ่บริดจ์เป็นเกมกีฬา ไม่ใช่การพนันแต่อย่างใด พร้อมกับยื่นประกันตัวในวงเงินคนละ 5,000 บาท ในส่วนของนายเจเรมี่ วัตสัน ผู้เช่าสถานที่และจัดให้มีการเล่น ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นสมาชิกในสมาคมกีฬาบริดจ์แห่งประเทศไทย

เบื้องต้นคาดว่าน่าจะส่งฟ้องในข้อหาจัดให้มีการละเล่นโดยไม่ได้ตั้งเป็นชมรมหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาต ส่วนเรื่องการพนันคงจะสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วันในการสรุปคดี

ด้านนายชาคร กัญจนวัตตะ นอภ.บางละมุง เปิดเผยว่า สมาคมไพ่บริดจ์ที่ถูกต้องต้องเล่นกันในมวลหมู่สมาชิก และในเคหะสถานของตัวเองหรือสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสมาคม ไม่ใช่รวมตัวกันอย่างเป็นจำนวนมาก แล้วมาเล่นกันในที่สาธารณะแบบนี้ ซึ่งในการเข้าจับกุมครั้งนี้มีความผิดครบองค์ประกอบ ทั้งไพ่ที่ไม่ได้ติดภาษีอากร และเอกสารใบกระดาษจดแต้ม โดยหลังจากเลิกเล่นกันแล้วจะเอาแต้มไปรับเงินหรือไม่นั้น ยังไม่อาจทราบได้แน่ชัด ส่วนผู้ต้องหาทั้งหมดจะต่อสู้คดีก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ ซึ่งเรื่องนี้คงแล้วแต่ดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างไร

กองสลาก ผุดไอเดียสร้างคอมเพล็กซ์รวมคาสิโน

นายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนศึกษาดูงานเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ที่มาเก๊า ว่าสำนักงานสลากฯ มีแนวคิดที่จะให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 มาตรา 5 และมาตรา 22 โดยขอนายสมชาย พูลสวัสดิ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง อดีตประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลนำเรื่องดังกล่าวหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังต่อไป

นายวันชัย กล่าวว่าการแก้ไขมาตรา 5 วัตถุประสงค์การตั้งสำนักงานเพื่อให้มีขอบข่ายในการทำกิจการที่กว้างยิ่งขึ้นโดยจะต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งจะทำให้สำนักงานสลากฯ สามารถดำเนินกิจการได้หลากหลายครอบคลุมถึงการตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถเข้าไปใช้บริการได้ เพราะจะรวมบริการต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันทั้งชอปปิ้งมอลล์ โรงเรียนกวดวิชา สนามกอล์ฟ และธุรกิจบันเทิงรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งในมาเก๊า เอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ จ่ายภาษีให้รัฐบาลถึงกว่าร้อยละ 30 จนรัฐบาลนำเงินมาสร้างสาธารณูปโภคพัฒนาประเทศได้

สำหรับพื้นที่ที่สำนักงานสลากเห็นว่า น่าจะตั้งเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ในประเทศไทย คือ ทุ่งกุลาร้องไห้ เพราะไม่เหมาะกับการทำการเกษตรกรรม การมีเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์เกิดขึ้นซึ่งอาจอยู่ในรูปการลงทุนของเอกชนที่รับสัมปทาน จะช่วยสร้างงานอีกจำนวนมาก และรัฐบาลได้ภาษีไปพัฒนาประเทศ เพราะปัจจุบันประเทศไทยมีคาสิโนรายล้อมประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น ที่ในขณะที่ไทยมีความพร้อมมากกว่าทั้งทรัพยากรธรรมชาติ การเป็นศูนย์กลางการเดินทาง และวัฒนธรรม ขนธรรมเนียมประเพณี และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานส่วนการแก้ไขมาตรา 22 แก้ไขเฉพาะประเด็นการนำส่งเงินรายได้เข้าแผ่นดิน โดยจะขอปรับลดจากปัจจุบันส่งร้อยละ 28 ให้เหลือร้อยละ 25 ลดลงร้อยละ 3 โดยจะนำเงินส่วนนี้มาจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสังคมในรูปแบบต่าง ๆ การใช้เงินจะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกองทุน

นายวันชัย กล่าวถึงสลากออนไลน์ว่า สำนักงานสลากฯ พร้อมที่จะเดินหน้า ขณะนี้รอนโยบายจากรัฐบาลเท่านั้น ส่วนปัญหาสลากฯ ขายเกินราคานั้น เรื่องดังกล่าวสะท้อนว่าจำนวนสลากที่พิมพ์ทั้งสิ้น 68 ล้านฉบับในขณะนี้ยังไม่เพียงพอ ส่วนการจะเพิ่มจำนวนพิมพ์ขึ้นไปอีกนั้นก็จะเพิ่มได้คราวละ 4 ล้านฉบับ และสูงสุดไม่เกิน 72-72 ล้านฉบับต่องวดเท่านั้น หากเพิ่มถึง 80 ล้านฉบับเชื่อว่าจะเกินกว่าความต้องการของตลาดเพราะเกินกำลังซื้อของประชาชน

แม่ยังไม่เผาศพ น้องปอนด์ รอดูการทำงานตำรวจ ลั่นลูกคงนอนตายตาไม่หลับ

แม่เผยยังไม่เผาศพ น้องปอนด์ เพื่อรอดูการทำงานของตำรวจ จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ลั่นวิญญาณลูกคงนอนตายตาไม่หลับ

จากกรณี ข่าวฆ่าหนุ่มศิลปากร ที่แก๊งวัยรุ่น 18 คน ยกพวกรุมฆ่าโหด นายธีรพงศ์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปี หรือ น้องปอนด์ นักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยใช้ไขควงแทงศีรษะ รวมถึงยังใช้มีดสปาต้าฟันทำร้ายเพื่อนของผู้ตายที่อยู่ในห้องจนบาดเจ็บ ซึ่งต่อมาผู้ก่อเหตุทั้ง 18 คน ได้เข้ามอบตัวทั้งหมดแล้ว
ล่าสุด วันที่ 6 มีนาคม 2560 นางอารีรัตน์ ชมโลก มารดาของน้องปอนด์ เผยว่า ตนจะเก็บศพลูกชายเอาไว้ก่อน ถึงแม้ว่าจะมีพิธีสวดบำเพ็ญกุศลตามศาสนาแล้ว แต่จะไม่มีวันเผาศพลูกตอนนี้แน่นอน เพื่อรอดูการทำงานของตำรวจให้ถึงที่สุดจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมและเป็นที่น่าพอใจ ตนเชื่อว่าวิญญาณลูกชายคงจะนอนตายตาไม่หลับเช่นเดียวกับตน ขณะที่เพื่อนน้องปอนด์ ซึ่งถูกรุมทำร้ายในห้องพัก 3 คน ได้เดินทางมาแจ้งความเพิ่ม แต่พนักงานสอบสวน ชี้แจงว่า มีสำนวนคดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแจ้งเพิ่ม

โดย 1 ใน 3 นักศึกษาที่ถูกรุมทำร้าย เล่าว่า คืนเกิดเหตุมีเสียงเรียกจากนอกห้องจึงไปเปิดประตู ก่อนถูกแก๊งวัยรุ่น 18 คน พุ่งปรี่เข้ามาถามหาเพื่อนอีกคน ตนก็บอกว่าไม่อยู่ แต่คนกลุ่มนั้นกลับรุมทำร้ายร่างกาย มีทั้งมีด, ขวด, เหล็กแหลม, ไขควง ตอนที่เห็นสภาพปอนด์ ทั้งตกใจและช็อกมาก ส่วนสาเหตุคิดว่าเรื่องชู้สาวก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่อีกปัจจัยก็คืออีกฝ่ายอาจผูกใจเจ็บ ที่เพื่อนอีกคนเคยเข้าไปห้ามศึกตอนที่พวกเขามีเรื่องกับรุ่นน้อง แต่ทำไมปอนด์ต้องมารับเคราะห์แทนด้วย

จนท.เจรจามวลชนตลาดคลองหลวง

เจ้าหน้าที่เจรจามวลชนตลาดกลางคลองหลวง หลังวางมาตรการตรวจเข้มในพื้นที่

ความเคลื่อนไหวที่ตลาดกลางคลองหลวง จ.ปทุมธานี ล่าสุด กลุ่มพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ที่ปักหลักอยู่ในตลาดกลางคลองหลวง ได้ตั้งแถวเดินออกมาประจันหน้ากับเจ้าหน้าที่ บริเวณพื้นที่ด้านข้างตลาดฯ หลังก่อนหน้านี้ เกิดความวุ่นวายขึ้น บริเวณจุดคัดกรอง ที่เจ้าหน้าที่ได้ขอตรวจบัตรประชาชนพร้อมบันทึกภาพกลุ่มลูกศิษย์ที่จะเดินทางเข้ามาในตลาดกลาง แต่ลูกศิษย์บางส่วนได้แสดงความไม่พอใจ กระทั่งเกิดการโต้เถียงกันเกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ พยายามประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนที่ต้องการเข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากที่ผ่านมาค่อนข้างหละหลวม ประกอบกับพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ จึงมีความจำเป็นที่จะตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมือที่ 3 เข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแทนพระสงฆ์ มาทำการพูดคุยทำความเข้าใจเพื่อหาทางออกในการเข้าพื้นที่ เนื่องจากทางตัวแทนพระสงฆ์ระบุว่า การที่เจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองเข้ม บันทึกภาพ และขอดูบัตรประจำตัวประชาชนทำให้ลูกศิษย์เกิดความกังวล ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างการหารือ

ส่วนบริเวณด้านหน้าตลาดกลางคลองหลวง ยังมีลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่ปักหลักอยู่จำนวนหนึ่งนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่แต่บุคคลที่มีความประสงค์จะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน และปฏิบัติตามระะเบียบที่เจ้าหน้าที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

ขณะที่กรณี วัดพระธรรมกาย นัดสื่อมวลชนแถลงจุดยืน บริเวณประตู 5 และประตู 6 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4 ผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณดังกล่าว ระบุว่า มีคำสั่งห้ามไม่ให้มีการแถลงข่าว พร้อมจำกัดพื้นที่ไม่ให้บุคคลเข้ามาในพื้นที่ และวางกำลังกั้งแผงรั้วเหล็กกว่า 3 ชั้นอย่างเข้มงวด

อาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร ไขข้อข้องใจสำหรับคุณแม่มือใหม่

อาการแพ้ท้อง เกิดจากอะไร ทำไมผู้หญิงตั้งครรภ์ถึงต้องแพ้ท้อง แล้วจะมีวิธีรับมืออย่างไรได้บ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมมีข้อมูลมาให้คุณแม่มือใหม่ได้ศึกษากันแล้วค่ะเชื่อว่าคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายที่กำลังเริ่มตั้งท้องคงจะสงสัยกันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ กับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของตัวเอง รวมไปถึงอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ อยากคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว หรือวิงเวียนศีรษะอยู่ตลอดเวลา นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณแม่เกิดอาการ “แพ้ท้อง” นั่นเองค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 80% เลยทีเดียว บางคนก็แพ้ท้องหนักมาก บางคนแพ้ท้องนิดเดียว หรือบางคนก็ไม่แพ้ท้องเลย ซึ่งอาการแพ้ท้องเหล่านี้เกิดจากอะไร จะมีอาการอย่างไร หรือจะสามารถรับมืออย่างไรได้บ้าง เพื่อไขข้อข้องใจ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวมข้อมูลมาให้คุณแม่ได้ศึกษากันแล้วค่ะ
อาการแพ้ท้อง เกิดจาก

อาการแพ้ท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดจากฮอร์โมน HCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin นั่นเองค่ะ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะถูกสร้างมาจากรก เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่น ๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ และด้วยระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นนี้ จึงทำให้ประสาทการรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้น มีประสาทรับรสที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่า “อาการแพ้ท้อง” นั่นเองค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ใหม่ ๆ ประมาณ 1-3 เดือนแรก และจะค่อย ๆ บรรเทาลง แต่ทั้งนี้บางรายก็อาจจะแพ้ท้องมากกว่า 3 เดือน หรือแพ้ไปจนตลอดอายุครรภ์เลยก็มี
อาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร

– คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ พะอืดพะอม อยากอาเจียนตลอดเวลา บางครั้งหากอาเจียนบ่อย อาจเกิดอาการหน้ามืดตามมาได้ โดยอาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเช้า แต่บางคนก็อาจจะเป็นตลอดทั้งวันก็ได้

– ไวต่อกลิ่น จะรู้สึกเหม็นกับบางสิ่งบางอย่างได้ง่าย บางคนทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยชอบกลิ่น หรือไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนแพ้ท้องกลับรู้สึกเหม็น ไม่ชอบ อยากจะอาเจียน หรือบางทีกลิ่นที่ไม่ชอบอาจจะกลายเป็นชอบ หรือบางคนอาจจะเกิดอาการเหม็นกลิ่นสามีตัวเองก็มี

– ประสาทการรับรสเปลี่ยนไป บางครั้งรู้สึกกินอาหารไม่อร่อย จากที่เคยชอบก็อาจจะกลายเป็นไม่ชอบ หรือบางคนก็อยากจะกินอาหารแปลก ๆ หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยว อย่าง มะม่วง มะยม มะดัน มะนาว เป็นต้น หรือบางรายอาจจะไม่อยากกินอะไรเลยก็มี เพราะรู้สึกขมเฝื่อนในปาก ทำให้กินอาหารไม่อร่อย

– เหนื่อย อ่อนเพลียง่าย รู้สึกง่วงนอน อยากจะนอนตลอดทั้งวัน หรือนอนเท่าไรก็ไม่เต็มอิ่ม เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยน และร่างกายต้องใช้พลังงานมากเนื่องจากทารกในครรภ์กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเจริญเติบโต

– อารมณ์แปรปรวน จะรู้สึกอ่อนไหว และหงุดหงิดง่าย เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร ไขข้อข้องใจสำหรับคุณแม่มือใหม่
5,539อ่าน

0
อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง เกิดจากอะไร ทำไมผู้หญิงตั้งครรภ์ถึงต้องแพ้ท้อง แล้วจะมีวิธีรับมืออย่างไรได้บ้าง วันนี้กระปุกดอทคอมมีข้อมูลมาให้คุณแม่มือใหม่ได้ศึกษากันแล้วค่ะ

เชื่อว่าคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายที่กำลังเริ่มตั้งท้องคงจะสงสัยกันอยู่ใช่ไหมล่ะคะ กับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของตัวเอง รวมไปถึงอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ อยากคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว หรือวิงเวียนศีรษะอยู่ตลอดเวลา นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณแม่เกิดอาการ “แพ้ท้อง” นั่นเองค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในคุณแม่ตั้งครรภ์กว่า 80% เลยทีเดียว บางคนก็แพ้ท้องหนักมาก บางคนแพ้ท้องนิดเดียว หรือบางคนก็ไม่แพ้ท้องเลย ซึ่งอาการแพ้ท้องเหล่านี้เกิดจากอะไร จะมีอาการอย่างไร หรือจะสามารถรับมืออย่างไรได้บ้าง เพื่อไขข้อข้องใจ วันนี้กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวมข้อมูลมาให้คุณแม่ได้ศึกษากันแล้วค่ะ

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง เกิดจาก

อาการแพ้ท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดจากฮอร์โมน HCG หรือ Human Chorionic Gonadotropin นั่นเองค่ะ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะถูกสร้างมาจากรก เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่น ๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ และด้วยระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นนี้ จึงทำให้ประสาทการรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้น มีประสาทรับรสที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย หรือที่เรียกว่า “อาการแพ้ท้อง” นั่นเองค่ะ ซึ่งอาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ใหม่ ๆ ประมาณ 1-3 เดือนแรก และจะค่อย ๆ บรรเทาลง แต่ทั้งนี้บางรายก็อาจจะแพ้ท้องมากกว่า 3 เดือน หรือแพ้ไปจนตลอดอายุครรภ์เลยก็มี

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้องเป็นอย่างไร

– คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ พะอืดพะอม อยากอาเจียนตลอดเวลา บางครั้งหากอาเจียนบ่อย อาจเกิดอาการหน้ามืดตามมาได้ โดยอาการนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงเช้า แต่บางคนก็อาจจะเป็นตลอดทั้งวันก็ได้

– ไวต่อกลิ่น จะรู้สึกเหม็นกับบางสิ่งบางอย่างได้ง่าย บางคนทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนเคยชอบกลิ่น หรือไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนแพ้ท้องกลับรู้สึกเหม็น ไม่ชอบ อยากจะอาเจียน หรือบางทีกลิ่นที่ไม่ชอบอาจจะกลายเป็นชอบ หรือบางคนอาจจะเกิดอาการเหม็นกลิ่นสามีตัวเองก็มี

– ประสาทการรับรสเปลี่ยนไป บางครั้งรู้สึกกินอาหารไม่อร่อย จากที่เคยชอบก็อาจจะกลายเป็นไม่ชอบ หรือบางคนก็อยากจะกินอาหารแปลก ๆ หรืออาหารที่มีรสเปรี้ยว อย่าง มะม่วง มะยม มะดัน มะนาว เป็นต้น หรือบางรายอาจจะไม่อยากกินอะไรเลยก็มี เพราะรู้สึกขมเฝื่อนในปาก ทำให้กินอาหารไม่อร่อย

– เหนื่อย อ่อนเพลียง่าย รู้สึกง่วงนอน อยากจะนอนตลอดทั้งวัน หรือนอนเท่าไรก็ไม่เต็มอิ่ม เพราะเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยน และร่างกายต้องใช้พลังงานมากเนื่องจากทารกในครรภ์กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาเจริญเติบโต

– อารมณ์แปรปรวน จะรู้สึกอ่อนไหว และหงุดหงิดง่าย เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง
อาการแพ้ท้อง

แพ้ท้อง รับมืออย่างไร

อาการแพ้ท้องสามารถช่วยให้บรรเทาลงได้ โดยมีหลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น

– ปรับเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหาร โดยให้รับประทานน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง และควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ อย่าง ผลไม้ ผักสด และอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงน้ำอัดลม หรือพวกของหมักของดอง เพราะจะทำให้เกิดแก๊สทำให้รู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนมากขึ้น

– ก่อนนอนควรหาอะไรทานเบา ๆ อย่างเช่น นม หรือโยเกิร์ต ตื่นเช้ามาจะช่วยลดอาการแพ้ท้องในตอนเช้าได้

– เมื่อตื่นนอนตอนเช้าให้คุณแม่นอนพักอีกประมาณ 15-20 นาทีก่อนลุกจากเตียง เพราะถ้าหากลืมตาตื่นแล้วรีบลุกพรวดพราด จะยิ่งทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ได้ง่าย

– ทุกครั้งที่ตื่นนอนตอนเช้า ให้คุณแม่รับประทานคุกกี้ แครกเกอร์ บิสกิต หรือขนมปังกรอบสัก 2-3 ชิ้น จะช่วยลดอาการแพ้ท้องได้

– หลังรับประทานอาหารเสร็จไม่ควรนอนทันที เพราะจะทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ง่าย

– ในแต่ละวันให้คุณแม่จิบน้ำขิงอุ่น ๆ บ่อย ๆ เพราะน้ำขิงจะช่วยลดอาการแพ้ท้องได้

– หากมีอาการแพ้ท้องมากให้ปรึกษาคุณหมอ เพื่อขอยามารับประทาน ซึ่งมียาหลายชนิดที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้

เมื่อหายสงสัยกันแล้วว่าอาการแพ้ท้องเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะมีอาการอย่างไรได้บ้าง คราวนี้คุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลใจไปแล้วค่ะ เพียงแค่รับมือตามที่กระปุกดอทคอมได้แนะนำไปอาการแพ้ท้องก็จะค่อย ๆ บรรเทาลงได้ และรออีกไม่นานเมื่ออายุครรภ์มากขึ้นอาการแพ้ท้องก็จะหายไปเอง ไม่ต้องเครียดนะคะ ^^