โค้ชซิโก้แถลงข่าวก่อนเกมทีมชาติ ไทย v อินโดนีเซีย

%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80

“โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ออกมายืนยันในงานแถลงข่าวก่อนเริ่มทัวร์นาเม้นท์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ว่าทัพช้างศึกจะลงเล่นด้วยความสวยงามอย่างแน่นอน และจะให้เกียรติกับคู่ต่อสู้ทุกทีมที่เจอกัน พร้อมกันนั้นยังแสดงความมุ่งมั่นว่าต้องป้องกันตำแหน่งแชมป์ให้ได้เพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จากรายงานของ fathailand.org เมื่อ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ทีมชาติไทย จะต้องลงแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 นัดแรกในวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งก่อนการแข่งขันก็ต้องมีการแถลงข่าวรวมของทุกทีมก่อน ซึ่งทาง โค้ชซิโก้ ก็ได้ร่วมแถลงข่าวในส่วนของทีมชาติไทยด้วย
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กล่าวว่า “ทีมของเราค่อนข้างทำงานกันอย่างหนัก เพราะต้องเตรียมลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และรายการนี้แต่ทุกคนก็พยายามทำให้ดีที่สุด พยายามแข่งกับตัวเอง และรักษามาตรฐานของทีมชาติไทยเพื่อพัฒนาฟุตบอลในอาเซียนไปด้วยกัน ก็หวังว่าการแข่งขันครั้งนี้จะสนุก และจะทำให้ดีที่สุด”

“เราให้เกียรติอินโดนีเซียเพราะเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ราเจองานยากเสมอเมื่อแข่งขันกับอินโดนีเซีย และทุก ๆ ทีม ฉะนั้นไม่มีงานง่ายสำหรับเราแน่นอน เราได้เห็นอินโดนีเซียอุ่นเครื่องกับเวียดนาม และพม่า ซึ่งในลีกของอินโดเองก็มีนักเตะที่ดี ฉะนั้นเราไม่ได้โฟกัสที่รายบุคคล เราก็จะดูรูปแบบวิธีการเล่นของอินโดนีเซีย ซึ่งเราเห็นแล้วว่า การที่ไปเล่นสองเกมที่อุ่นเครื่องก็สามารถทำได้ดี”

“เราต้องการเป็นแชมป์เพื่อที่จะถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เพราะสองปีที่แล้วพระองค์ท่านได้ทอดพระเนต รและให้กำลังใจพวกเรา แต่ครั้งนี้พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต ซึ่งสิ่งที่จะทำให้แฟนบอลชาวไทยมีความสุข และเราก็หวังว่าพระองค์ท่านจะได้ทอดพระเนตรจากสรวงสวรรค์ ฉะนั้นเกมทุกเกมเราจะให้เกียรติคู่ต่อสู้ มีสปิริต และเล่นให้สวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“คอนเต้” ยันไม่แปลกใจ “ลุยซ์” ฟอร์มสุดแจ่ม

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ เชลซี ระบุไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่ ดาวิด ลุยซ์ ปราการหลังเลือดแซมบ้า กำลังอยู่ในฟอร์มที่แข็งแกร่ง พร้อมเร้าลูกทีมทุกคนพยายามยกระดับฟอร์มขึ้นอีก

อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่า ตนไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใดกับการที่เห็น ดาวิด ลุยซ์ เซนเตอร์แบ็กชาวบราซิเลียน กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับทีม

ลุยซ์ สร้างความประหลาดใจให้กับหลายๆ คน ด้วยการตัดสินใจย้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กลับมาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครั้งเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรกทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก แต่หลังจากนั้นก็เริ่มโชว์ฟอร์มแกร่ง และเล่นได้เข้ากับระบบกองหลัง 3 คนที่ คอนเต้ ชอบใช้ จนตอนนี้ “สิงห์บลูส์” คว้าชัยในลีกมา 4 เกมติด แถมไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว

“ผมไม่เซอร์ไพรส์เลย เพราะผมรู้อยู่แล้วว่า ลุยซ์ เป็นกองหลังที่เก่ง แถมมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม เรากำลังทำงานกับเขาและกองหลังคนอื่นๆ เพื่อสร้างแนวรับที่แข็งแกร่งขึ้นมา เขาเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ คนหนึ่ง และคว้าแชมป์มาแล้วหลายรายการ แต่เขาจำเป็นต้องประสบความสำเร็จมากขึ้นอีก และด้วยเหตุผลนี้แหละ ที่เขาได้มาอยู่กับ เชลซี และเราเองก็ต้องการซื้อเขามาด้วยเหตุผลนี้เช่นกัน”

“นักเตะทุกคนในทีมเราสามารถพัฒนาขึ้นได้อีก และวิธีการเล่นแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขา ผมรู้ว่าเราสามารถทำได้ดีกว่านี้อีก ไม่ใช่แค่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่กับทุกคนในทีมเลย” กุนซือชาวอิตาเลียนวัย 47 ปี ร่ายยาว

 

ที่มา : Siamsport

ขอแก้ข่าว! “โบนุชชี่” ยันไม่เคยคุยกับซิตี้

เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ยอดปราการหลัง ยูเวนตุส ปัดข่าวเรื่องที่โทร.ไปอ้อนขอย้ายทีมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรียบร้อย พร้อมย้ำตนรัก “ม้าลาย” แบบสุดขั้ว และอยากจะอยู่รับใช้สโมสรแห่งนี้ต่อไปแบบยาวๆ

เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ เซนเตอร์แบ็กคนสำคัญของ ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยืนยันว่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้น ตนไม่เคยติดต่อไปหา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องย้ายไปค้าแข้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม แต่อย่างใด

ช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เฟร์ราน โซเรียโน่ ประธานบริหาร แมนฯ ซิตี้ อ้างว่า โบนุชชี่ ได้โทรศัพท์เข้ามาหาสโมสรด้วยตัวเอง เพราะอยากได้ร่วมงานกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม “เรือใบสีฟ้า”

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ปราการหลังทีมชาติอิตาลีวัย 29 ปี ซึ่งปัจจุบันกำลังมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนที่ต้นขา ออกมาปฎิเสธเรียบร้อย “ผมไม่เคยโทร.หาใคร และพวกเขาก็ไม่เคยติดต่อเข้ามาเช่นกัน ผมรู้สึกเหมือนกับว่า เสื้อ ยูเว่ ถูกเย็บติดกับตัวผมไปแล้ว เพราะผมหายใจกับมัน แต่การได้สวมเสื้อทีมชาติก็ถือเป็นเกียรติครั้งใหญ่สำหรับผมเช่นกัน”

“มันไม่มีอะไรดีไปกว่าการที่รู้สึกว่า ตัวเองได้เป็นแบบอย่างให้กับนักเตะรุ่นหลัง ผมอยากให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ และได้ทุ่มเทเต็มร้อยยามได้สวมเสื้อตัวนี้ ตอนนี้ผมได้มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพนักฟุตบอลแล้ว หลายๆ คนอาจจะมีปีที่ยอดเยี่ยมอีก 1-2 ปี แต่ตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับตัวผมเองว่าจะรักษาระยะได้นานแค่ไหน”

“ผมจะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อพัฒนาฝีเท้า และพยายามเป็นกำลังสำคัญให้กับ ยูเว่ และทีมชาติต่อไปเรื่อยๆ” อดีตแข้ง อินเตอร์ มิลาน ร่ายยาว

“ปาเกียว” ประกาศสอย “วาร์กาส” คว้าแชมป์องค์กรมวยโลกสมัย 3

แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยโลกจากฟิลิปปินส์ ที่เปลี่ยนใจกลับมาขึ้นสังเวียนผืนผ้าใบอีกครั้ง ทั้งที่ประกาศแขวนนวมได้แค่ 7 เดือน ตั้งเป้าคว้าแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต ขององค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) ที่ตัวเองเคยเป็นแชมป์ 2 สมัย มาจากเจสซี่ วาร์กาส เจ้าของแชมป์คนปัจจุบันจากสหรัฐอเมริกา ที่มีอายุน้อยกว่าถึง 10 ปี ในการเจอกันที่สนามกีฬาโธม้ส แอนด์ มาร์ค เซ็นเตอร์ นครลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่ 5 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเช้าวันถัดมาที่ 6 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย

ปาเกียวที่จะอายุครบ 38 ปีเต็มปลายปีนี้ เคยอำลาวงการมวยหลังไฟต์ชนะคะแนนทิโมธี แบร๊ดลีย์ จากสหรัฐ เมื่อเดือนเมษายน เพราะเตรียมลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งวุฒิสภาฟิลิปปินส์ในขณะนั้น และต้องการทุ่มเทเวลากับการพัฒนาประเทศบ้านเกิด แต่เปลี่ยนใจหลังชนะเลือกตั้งไม่นาน ให้สัมภาษณ์หลังการชั่งน้ำหนักกับวาร์กาสที่ผ่านพิกัดทั้งคู่ ต่อหน้าสักขีพยานซึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟนมวยเกือบ 1,000 คน เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนว่า

แม้ครั้งนี้ตัวเองจะอยู่ในฐานะแค่ผู้ท้าชิง แต่จะเอาแชมป์เวลเตอร์เวตของดับเบิลยูบีโอมาจากวาร์กาสให้ได้

ก่อนหน้านี้ ปาเกียวเคยได้แชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวต ของดับเบิลยูบีโอ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2009 ที่ชนะ “ทีเคโอ” มิเกล ค็อตโต้ จากเปอร์โตริโก และเสียแชมป์ให้แบร๊ดลีย์ที่มีปัญหาฉาวของการนับคะแนนกรรมการกลางปี 2012 และทวงแชมป์คืนได้สำเร็จในไฟต์แก้มือแบร๊ดลีย์อีก 2 ปีให้หลัง ก่อนเสียแชมป์ให้ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ในไฟต์หยุดโลกปีต่อมา

ปัจจุบัน ปาเกียวมีสถิติชก 66 ไฟต์ ชนะ 58 ครั้ง และเป็นการชนะไม่ครบยก 38 ครั้ง แพ้ 6 ครั้ง และเสมอ 2 ครั้ง

ส่วนวาร์กาสชก 28 ครั้ง ชนะ 27 ครั้ง ซึ่งเป็นการชนะไม่ครบยก 10 ครั้ง และแพ้ 1

“โซเซียดาด” เปิดบ้านอัดตราหมี 2-0

เกมลาลีกาสเปนนัดที่ 11 ของฤดูกาลเกมนี้ใช้ เคโรนีโม รูยี เป็นผู้รักษาประตู แนวรับ มิเกล กอนซาเลซ จับคู่กับ ราอูล นาบาส แดนกลางมีตัวหลักอย่าง ชาบี ปริเอโต้กับ อาเซียร์ อียาร์ราเมนดี้ แนวรุก คาร์ลอส เวลา, วิลเลียน โชเซและมิเกล โอยาร์ซาบัล

ทางฝั่งทีมเยือนของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน มาในระบบ 4-4-2 ยาน โอบลัค เป็นผู้รักษาประตู แนวรับ ดีเอโก้ โกดิน จับคู่กับ สเตฟาน ซาวิค แดนกลางเป็น กาบี้กับโกเก้ แนวรุก ซาอูล นิเกวซ และ ยานนิค การ์ราสโก้ คู่กองหน้า เควิน กาเมโร คู่กับ อองตวน กรีซมันน์ ที่ลงสนามเจอทีมเก่า

เจ้าบ้านได้ลุ้นประตูก่อนจากจังหวะที่ อาเซียร์ อียาร์ราเมนดี้ ได้ลองสับไกยิงจากนอกกรอบเขตโทษแต่บอลลอยข้ามคานออกไปไม่ไกล

โอกาสแรกของทีมเยือนในนาทีที่ 25 เควิน กาเมโร ลากบอลมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนโยนบอลเข้ามาหน้าปากประตู บอลไหลไปถึง อองตวน กรีซมันน์ ตามมาเก็บบอลและจ่ายกลับเข้ามาให้ ซาอูล นิเกวซ ได้ยิงแต่ไปติด เคโรนีโม รูยี โอกาสของเจ้าบ้านนาที 33 จากจังหวะที่ คาร์ลอส เวลา เลี้ยงตัดเข้าในก่อนจะจะยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งแฉลบแนวรับตราหมีข้ามคานไปแบบได้ลุ้น เวลาที่เหลือทั้งสองทีมยังทำประตูกันไม่ได้จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่ 53 เจ้าบ้านได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ กาบี้ ไปหวด ยูริ เบร์ชีเช ล้มลงในกรอบเขตโทษผู้ตัดสินเป่าให้เป็นลุกจุดโทษ และเป็น คาร์ลอส เวลา รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าประตู เรอัล โซเซียดาดนำ 1-0 เป็นทางฝั่งเจ้าบ้านมาได้ลูกจุดโทษที่สองในนาที 75 จากจังหวะบอลยาวมาถึง คาร์ลอส เวลา ทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนเลี้ยงเข้าไปโดน อังเคล กอร์เรอา เตะล้มลงผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดโทษอีกครั้ง คราวนี้เป็น วิลเลียน โชเซ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เรอัล โซเซียดาดหนีห่าง 2-0

โอกาสของทีมเยือนบ้างในนาที 79 จากจังหวะที่ ยานนิค การ์ราสโก้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนดึงบอลหนีตัวประกบแล้วได้ยิงด้วยซ้ายแต่บอลหลุดเสาออกไป โอกาสลุ้นของทีมตราหมีนาที 87 จากจังหวะที่ อองตวน กรีซมันน์ เลี้ยงตัดจากริมเส้นเข้ามาแล้วได้ซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงแต่ เคโรนีโม รูยี ลอยตัวปัดทิ้งออกไปเข้าทาง ยานนิค การ์ราสโก้ ที่วิ่งตามาซ้ำก็ติดบล็อคกองหลังออกไปอีก

หมดเวลาการแข่งขันเป็นเรอัล โซเซียดาดเปิดบ้านเอาชนะแอตเลติโก มาดริดไปได้ 2-0 เก็บ 3 คะแนนเต็มมีเพิ่มเป็น 19 คะแนนรั้งอันดับ 6 ส่วนทีมตราหมีอยู่อันดับ 3 มี 21 แต้มเท่าเดิมพลาดโอกาสขึ้นจ่าฝูง